เมื่อผู้คัดเลือกตำแหน่งฝ่ายบริหารเรียกพบ
โดย คุณ เหม่ย ชิง
คุณต้องตั้งใจฟังและจับใจความสำคัญให้ได้ เพราะไม่มีอะไรแน่นอนและเราไม่สามารถควบคุมได้ทุกสถานการณ์ ทั้งการประสานงาน การได้สิทธิ์ครอบครอง ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การถูกปลดจากตำแหน่ง ควรทำอย่างไรให้ตนเองน่าสนใจมากขึ้นและลดความเสี่ยงเพียง 20% ที่อาจถูกปฏิเสธจากทางบริษัทได้? สิ่งจำเป็นสำหรับตำแหน่งหรือแผนกงานที่คุณต้องการมีอะไรบ้าง? คุณตัดสินใจแน่วแน่ที่จะเป็นสมาชิกในหน่วยงานนั้นแล้วหรือยัง? บางคนก็รู้คำตอบเหล่านี้ดีอยู่แล้ว แต่บางคนก็ไม่รู้อะไรเลย ผลที่ออกมาก็จะสัมพันธ์กับคำตอบเหล่านั้น ไม่ว่าจะได้รับตำแหน่งอันทรงค่าจากทางบริษัท หรือกลับมาเริ่มต้นมองหางานใหม่อีกครั้ง
แต่ไม่ต้องกังวล ปัจจุบันนี้ต้องใช้ “สิ่งที่ดีที่สุดและความฉลาดหลักแหลม” จึงจะได้งานที่ต้องการ และผมก็หวังว่าคุณจะเป็นคนหนึ่งที่มีคุณสมบัตินั้น ชื่อตำแหน่งที่ฟังดูดีอาจไม่ไดน่าสนใจอย่างที่คิด และไม่ได้สร้างประสบการณ์ที่มีค่าสำหรับอนาคตอันใกล้ของคุณ ในโลกยุคใหม่นี้ คุณต้องแสดงความเป็นมิตรกับผู้ที่มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานระดับสูงในบริษัท ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเขาหรือเธอเรียกคุณไปพบ
มีความเข้าใจในตัวผู้แต่งตั้งฝ่ายบริหาร
โดยสรุปแล้ว ผู้แต่งตั้งฝ่ายบริหารก็คือ ตัวแทนที่บริษัทว่าจ้างให้ค้นหาผู้ที่มีพรสวรรค์โดดเด่นสำหรับดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหาร โดยทั่วไปแล้วการค้นหาผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารคนใหม่นี้มักจะคัดสรรมาจากกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญในด้านการบริหาร มีเทคนิคในการทำงานและมักเป็นผู้ที่เคยทำงานในตำแหน่งด้านการบริหารระดับสูง
ผู้แต่งตั้งจะมีวิธีค้นหาอยู่สองทาง คือ ค้นพบโดยบังเอิญและสังเกตผู้ใต้บังคับบัญชา สำหรับการค้นพบโดยบังเอิญนั้น มักจะเห็นได้จากพฤติกรรมที่แสดงออกต่อผู้น้อยไปจนถึงผู้ที่มีตำแหน่งเท่าเทียมกัน ผู้คัดเลือกจะได้รับค่าจ้างก็ต่อเมื่อสามารถหาผู้ที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งได้แล้วเท่านั้น ในกรณีนี้ นายจ้างอาจต้องการให้คัดเลือกสองถึงสามคนในคราเดียวกันเพื่อเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้น ส่วนการสังเกตจากผู้ใต้บังคับบัญชา หมายถึงผู้คัดเลือกจะสังเกตจากทักษะด้านการบริหารเบื้องต้น วิธีนี้จะมีการจ่ายมัดจำล่วงหน้าทันทีที่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ และจะได้รับค่าตอบแทนที่เหลือเมื่อมีการเสนอรายชื่อผู้ที่ควรได้รับการพิจารณา หลังจากได้ผู้ที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งแล้วจึงจะได้รับค่าตอบแทนครบทั้งหมด วิธีการคัดเลือกแบบนี้จะใช้สำหรับคัดเลือกตำแหน่งงานระดับสูงเป็นส่วนใหญ่ เช่น ผู้อำนวยการ หรือประธานกรรมการ สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งคือ บทบาทหน้าที่ และเวลาเป็นปัจจัยสำคัญในอันดับต่อมา ทุกขั้นตอนที่เกิดขึ้นก็เพื่อค้นหาผู้เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้บริหารเหนือสิ่งอื่นใด
ผู้คัดเลือกทราบชื่อและข้อมูลเกี่ยวกับตัวคุณได้อย่างไร?
ข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากฐานข้อมูลของพนักงานในบริษัท ที่แสดงให้เห็นระบบการทำงานที่พัฒนาได้อย่างชัดเจน มีผู้แนะนำมา หรือรายชื่อสมาชิกจากองค์กรอาชีพต่างๆ รวมถึงตามสื่อต่างๆด้วย บางครั้งก็มาจากรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีหุ้นในบริษัทนั้น ซึ่งจะต้องมีชื่อรวมอยู่ “การปันผล” ระหว่างสมาชิกด้วยกัน อีกประการสำคัญคือ ถ้าคุณปรับเปลี่ยนข้อมูลบ่อย ชื่อของคุณก็มักไม่ปรากฏให้เห็น การระบุทักษะความสามารถและพรสวรรค์ให้ชัดเจนเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ชื่อของคุณไปปรากฏในรายชื่อผู้ที่พวกเขาต้องการได้
ได้เปรียบในด้านทัศนะวิสัย- และบทสนทนาทางโทรศัพท์- เมื่อคุณต้องการทำงานสักอย่าง มักจะเลือกงานที่คุณคิดว่าเหมาะกับตนเองและมีประสบการณ์ในด้านนั้นๆ ฉะนั้น คุณอาจจะจัดทำรายชื่อผู้สมัครงานท่านอื่นๆ ประมาณ 20 คน หรือผู้ร่วมธุรกิจ นักวิเคราะห์หุ้น ที่ปรึกษาด้านการจัดการและเพื่อนร่วมงาน แล้วโทรหาพวกเขาทุกๆสาม หรือหกเดือนเพื่อทักทายและพูดคุยประเด็นเรื่องงานกับพวกเขา แจ้งข่าวคราวของคุณให้พวกเขาทราบ พร้อมทั้งบอกเกี่ยวกับการงานที่คุณสนใจ (ต้องไม่ใช่นายจ้างที่กำลังพิจารณาคุณ) จะช่วยทำให้คุณกระตือรือร้นที่เข้าไปอยู่ในกลุ่มคนทำงาน
สวัสดีครับ โทรมาจากฝ่ายคัดเลือกผู้บริหารครับ!
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ให้สันนิษฐานว่าคุณได้รับความสนใจจากพวกเขาและควรให้ความสำคัญกับการสนทนานั้น แล้วคุณต้องทำอย่างไรบ้าง?
อย่าบอกว่าไม่รู้จักฝ่ายคัดเลือกเหล่านี้ ถ้าได้รับโทรศัพท์ในขณะอยู่ในเวลาทำงาน อย่าแสร้งพูดเรื่อยเปื่อย แต่ควรใช้ประโยคนี้ “กรุณาโทรกลับมาใหม่หลังเวลางานนะครับ” ธุรกิจเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ดังนั้นงานที่คุณกำลังทำอยู่ พรุ่งนี้อาจจะไม่มีให้คุณทำแล้วก็เป็นได้ ดังนั้นควรจะลองพูดคุยกับพวกเขาดูก่อน ถ้าคุณไม่สนใจตำแหน่งเหล่านั้นในขณะนี้ ก็ควรแจ้งให้พวกเขาทราบว่าถ้ามีโอกาส คุณจะสนใจงานประเภทใด พวกเขาโทรหาคุณเนื่องจากทราบดีว่า คุณเป็นหนึ่งในผู้สมัครไม่กี่ท่านที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เมื่อมีคนเอ่ยว่า พวกเขาจะไม่โทรหาคุณอีกซ้ำอีก คุณควรจะเสนอชื่อบุคคลที่ให้ความสนใจในงานด้านนี้ให้พวกเขาทราบ เพราะเป็นการทำให้ตนเองยังคนน่าสนใจสำหรับพวกเขาในคราวต่อๆไป ในกรณีที่คุณสนใจตำแหน่งงาน ก็เป็นโอกาสดีในการสร้างความเจริญก้าวหน้าด้านหน้าที่การงาน อาจจะเป็นงานที่น่าพอใจและได้ค่าตอบแทนมากกว่าเดิมแม้พึ่งเริ่มต้นก็ตาม ดังนั้น ควรตั้งใจฟังให้เข้าใจ อาจจะเสียเวลาสักเล็กน้อย เพื่อแลกกับสิ่งที่อาจเกินคำว่าคุ้มกลับมาก็เป็นได้
พยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้คัดเลือกและพื้นฐานของงานให้มากที่สุด โดยถามพวกเขาว่าทราบเกี่ยวกับคุณได้อย่างไร พวกเขาทำงานนี้มานานเพียงใด และต้องมีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษบ้าง ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้ความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานในการคัดเลือกคนเพิ่มขึ้นก็ได้ เช่น ความต่างระหว่างการคัดสรรผู้สมัครแบบเร่งด่วนและการค้นหาผู้สมัครไปเรื่อยๆ สิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นขั้นตอนใด? การเข้าไปแทนที่ผู้อื่นและรับตำแหน่งที่กำหนดขึ้นใหม่ วิธีการใดมีโอกาสเจริญก้าวหน้ามากกว่ากัน?
ตั้งคำถามเกี่ยวกับตำแหน่งงานหรือการจัดจ้างพนักงานของนายจ้าง เขาอาจเป็นที่ปรึกษาที่สามารถให้คำแนะนำได้ว่าคุณอยู่ในตำแหน่งงานที่เหมาะสมหรือไม่ ผู้ทำหน้าที่คัดเลือกผู้สมัครมักจะสามารถตอบได้แทบทุกปัญหา ทั้งพื้นฐานในการทำงาน หน้าที่หลัก เงินเดือนที่เหมาะสม สาเหตุที่มีตำแหน่งงานว่าง ประเภทของธุรกิจ กลุ่มเป้าหมาย วัฒนธรรมในองค์กร สถานการณ์และกลยุทธ์ทางการเงิน ฯลฯ คุณจะทราบทั้งหมดนี้เพียงแค่ฟังให้เข้าใจเท่านั้น ตั้งคำถามและหาคำตอบที่คุณต้องการทราบเพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าควรจะเปลี่ยนงานหรือไม่ และไม่ต้องกังวลเรื่องความสามารถของตนเอง อย่าลืมว่า พวกเขาเป็นคนเลือกคุณ ดังนั้นสนใจแค่รายละเอียดที่ต้องการทราบก็พอแล้ว
ประวัติส่วนตัวจำเป็นหรือไม่? สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือ ต้องหมั่นแก้ไขข้อมูลอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าจะไม่ต้องการหางานทำแล้วก็ตาม เพิ่มเติมความสามารถของตนเองและทำให้ประวัติดูน่าสนใจอยู่ตลอดเวลา เผื่อจะมีโอกาสได้งานดีๆที่ตนเองไม่ได้สมัครก็เป็นได้ และอย่าสมัครงานโดยเน้นจำนวน ไม่สนใจว่าเป็นตำแหน่งใด เพราะจะทำให้ประวัติส่วนตัวที่คุณส่งไปดูไม่น่าเชื่อถือ ผู้คัดเลือกจะโทรนัดผู้สมัครท่านใดก็ต่อเมื่อพวกเขาคิดว่าประวัติน่าสนใจเท่านั้น ต่างจากผู้สมัครที่ต้องทำให้ประวัติตนเองดึงดูดบรรดานายจ้าง ดังนั้นควรพยายามทำให้ดีที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในตำแหน่งระดับสูง ประวัติส่วนตัวของคุณควรจะเป็นตัวสร้างโอกาสให้คุณผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์จากเหล่าผู้คัดเลือกตำแหน่งผู้บริหาร และคุณก็เป็นเพียงคนเดียวที่ทราบว่าโอกาสที่จะได้รับนั้นมีมากเพียงใด หลายคนที่สมัครงานแล้วพลาดงานนั้นเมื่อไม่สามารถคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับงานโดยที่ผู้คัดเลือกไม่ได้อธิบายสิ่งใดให้ทราบก่อนได้ แสดงให้เห็นว่าคุณส่งใบสมัครมาโดยไม่ได้สนใจงานอย่างจริงจัง สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนั้นก็คือ บริษัทที่รับคัดเลือกผู้สมัครก็จะแจ้งข้อมูลเหล่านั้นให้บริษัทคู่ค้าทราบ รวมทั้งเพิ่มเติมข้อคิดเห็นเกี่ยวกับคุณทั้งจากการคุยกันทางโทรศัพท์และการสัมภาษณ์โดยตรงให้พวกเขาทราบด้วย จากนั้นบริษัทคู่ค้าก็จะได้รับประวัติส่วนตัวของคุณเพื่อนำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งที่ไม่ควรกระทำ
อย่าสอบถามผู้คัดเลือกด้วยความก้าวร้าว หรือกดดันให้พวกเขาบอกข้อมูลของบริษัทผู้จ้าง หรือพยายามซักไซ้ให้ได้ข้อมูลทั้งหมด เพราะอาจเป็นข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่ผู้จ้างไม่ต้องการให้เปิดเผยก็เป็นได้ นอกจากนี้ บริษัทผู้จ้างส่วนใหญ่ไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายมากมายในขั้นตอนนี้ ดังนั้นควรต่อรองเรื่องค่าตอบแทนเมื่อได้พูดคุยกับผู้จ้างโดยตรงแล้วเท่านั้น ถ้าทำตรงข้ามกับข้อแนะนำเหล่านี้ คุณจะเป็นผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิ์อย่างรวดเร็ว และจะทำให้ผู้คัดเลือกไม่รู้สึกประทับใจในตัวคุณ หรือกลายเป็นผู้สมัครที่ไม่มีโอกาสได้รับการสัมภาษณ์จากนายจ้างโดยตรงเลย
อย่าเป็นผู้นำในการสนทนา ควรจะใช้เวลานี้ทำความเข้าใจจุดประสงค์ของเขาด้วยการไม่พูดตัดบท หรือพูดแทรกเวลาพวกเขาอธิบาย เพื่อให้มีโอกาสพิจารณางานนั้นอย่างดีที่สุด ที่สำคัญ คุณอาจจะหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว
แม้ว่าคุณจะมีการแสดงออกอย่างเชื่อมั่นว่าไม่อยากเปลี่ยนงานที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบันเพื่อต้องการเรียกเงินเดือนให้สูงขึ้น แต่ไม่มีใครรู้ใจเจ้านายของคุณ แต่ไม่มีใครรู้ใจว่าที่นายจ้างของคุณเท่ากับผู้คัดเลือกเหล่านั้น ว่ากลเกมเช่นนี้ คุณจะได้รับชัยชนะหรือไม่
จดจำไว้เสมอว่า คุณกำลังแสดงบางอย่างอยู่ อย่าแสดงพฤติกรรมซึ่งไม่ใช่มารยาทที่เหมาะสมในด้านธุรกิจหรือเรื่องเหล่านี้ออกมาเด็ดขาด เพราะคุณไม่สามารถการันตีหน้าที่การงานทั้งเก่าและใหม่ของคุณได้ และพฤติกรรมเหล่านั้นจะสื่อถึงตัวคุณเอง ซึ่งอาจจะมีผลต่อคุณในภายภาคหน้าได้เช่นกัน
ผู้ที่ประสบความสำเร็จมักจะมองเห็นโอกาสที่ผู้อื่นมองไม่เห็น โดยปฏิบัติตามคำแนะนำที่ดีจากผู้คัดเลือกเพื่อเพิ่มโอกาสในด้านอาชีพการงาน ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ ได้ทำงานในตำแหน่งที่ตนเองต้องการ แม้ว่าไม่ชอบหรือไม่พอใจตำแหน่งงานนั้นๆ แต่ก็ยังคงเก็บรักษาคำแนะนำและกลยุทธ์เหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อเรียนรู้ที่จะพัฒนาหน้าที่การงานและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบริษัทสรรหาบุคคลากรเหล่านั้น โดยหวังผลเกี่ยวกับอาชีพที่จะเกิดขึ้นต่อไปในระยะยาว
จำไว้แค่ว่า จงรับสายทุกครั้งเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น!
|