การกรอกใบสมัครงาน
ใบสมัครงานเป็นเอกสารทางกฎหมาย ดังนั้นข้อมูลที่กรอกลงไปจึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ใช้เป็นหลักฐานยืนยันในการสัมภาษณ์ ทางบริษัทจะทราบประวัติของผู้สมัคร ถ้ามีความผิดใดๆอยู่ ก็จะถูกตัดสิทธิ์ทันที ปัจจุบันมีการกำหนดโทษร้ายแรงสำหรับการปลอมแปลงประวัติส่วนตัว (CV) ในสหรัฐอเมริกา
สิ่งที่ควรและไม่ควรปรากฏในประวัติส่วนตัว
- ถ้าคุณมีประสบการณ์ในการทำงานเพียงน้อยนิด ควรใส่รายละเอียดเกี่ยวกับ “จุดมุ่งหมาย” และ
“การศึกษา” ไว้ในส่วนแรกจะดีกว่า สำหรับประวัติการทำงานตรงส่วนกลางให้ใส่รายละเอียดโดยย่อ (สองถึงสามประโยค) หรือใส่ตำแหน่งแทน เช่น การจัดการ ฝ่ายติดต่อสื่อสาร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำให้นายจ้างสามารถหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้กับคุณได้
- คุณจะมักสนใจงานหรือตำแหน่งงานนั้นๆเพิ่มขึ้นเมื่อใกล้หมดเขตรับสมัคร ดังนั้นเมื่อตัดสินใจเลือกบริษัทหรือตำแหน่งงานนั้นก็มักจะส่งประวัติส่วนตัวไปโดยไม่ระบุเวลา ลองคิดให้ดีว่า ประวัติเหล่านั้นจะถูกส่งไปตามลำดับ การไม่มีกำหนดเวลาที่ชัดเจนจะทำให้ผู้คัดเลือกเกิดความสงสัยได้ ทางแก้คือ ปรับแก้ประวัติของคุณโดยเน้นจุดเด่นและพรางจุดด้อยและเลี่ยงสิ่งที่ต้องแก้ไขเรื่องเวลาอยู่เสมอ
- ประวัติส่วนตัวไม่ควรมีรายละเอียดหรือสาเหตุที่คุณออกจากงานเดิม แม้ว่าคุณจะถูกไล่ออกอย่างไม่เป็นธรรม แต่การแสดงมุมมองแง่บวกเกี่ยวกับงานจะส่งผลดีมากกว่ามุมมองแง่ลบอย่างแน่นอน และ นายจ้างต้องการทราบทัศนคติที่คุณมีต่องานเดิมเพื่อเชื่อมโยงไปถึงตำแหน่งใหม่ของคุณ ถ้าหากจำเป็นต้องกล่าวถึง การอธิบายด้วยคำพูดเป็นวิธีที่ดีที่สุด (เมื่อคุณต้องตอบคำถามนี้ในระหว่างการสัมภาษณ์)
- ถ้าคุณต้องรีบเร่งหางานใหม่ นั่นหมายความว่าคุณต้องรีบส่งประวัติส่วนตัวไปตามประกาศที่คุณเจอนั้นในทันที แม้ต้องพยายามทำให้เรียบร้อยในวันนี้ แต่ก็ต้องไม่เลินเล่อ การส่งใบสมัครไปทันเวลาจะไม่มีค่าอันใดเลย ถ้าประวัติที่ส่งไปไม่ใช่แบบมืออาชีพและมีข้อผิดพลาดมากมาย มั่นใจได้เลยว่าคุณได้สร้างภาพที่เลวร้ายขึ้นมาแล้ว และนั้นเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงให้ได้ ดังนั้นควรตั้งใจกรอกประวัติส่วนตัวด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง
- จัดลำดับสิ่งที่ต้องรับผิดชอบในแต่ละงานให้ดี แต่อย่ามัวแต่ทุ่มเทให้การหางานจนตัดขาดจากผู้คน ประวัติส่วนตัวที่ดีนั้นควรประกอบด้วยความสำเร็จที่ผ่านมาและสิ่งที่คาดหวังจากการงานที่สมัคร เช่น คุณเคยจ้างแรงงานเพิ่ม 20 คน แต่ทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มเป็น 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ และผลงานนี้ปรากฏอยู่ในประวัติส่วนตัวของคุณย่อมเป็นสิ่งดี อย่าอายที่จะประกาศผลงานของตนเองแต่ต้องมีความซื่อสัตย์ด้วยเช่นกัน
- มีเพียงแม่ของคุณเท่านั้นที่อยากทราบทุกรายละเอียดนับตั้งแต่คุณเริ่มทำงาน แต่นายจ้างต้องการทราบแค่ประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการทำงานของคุณโดยคร่าวๆเท่านั้น จงให้ความสำคัญกับผลงานชิ้นสำคัญที่จะแสดงให้เห็นจุดเด่นของคุณโดยย่อลงในประวัติส่วนตัว ไม่เพียงแต่จะทำให้ประวัติของคุณน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้น่าจดจำอีกด้วย ฉะนั้นจงทำให้ประวัติของคุณกระชับและน่าสนใจ
บทสรุปในการสัมภาษณ์
- ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ เป็นช่วงสำคัญที่สรุปให้ครอบคลุมทุกเรื่องและต้องแน่ใจว่าไม่มีการเข้าใจผิด เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามว่า คุณมีคำถามอื่นๆอีกหรือไม่ อย่าลืมถามกลับไปอย่างสุภาพว่าเขายังต้องการทราบสิ่งใดเพิ่มเติมไหมเช่นเดียวกัน จากนั้นก็กลับได้ทิ้งไว้เพียงความประทับใจให้พวกเขา
- การขอนามบัตรเป็นกฎสำคัญอีกหนึ่งข้อ ทุกครั้งที่กล่าวขอบคุณผู้สัมภาษณ์อย่าลืมขอนามบัตรพวกเขาเอาไว้ เพื่อให้สะกดชื่อเขาได้ถูกต้องเมื่อส่งข้อความขอบคุณมาให้หลังสัมภาษณ์ และเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการติดต่อกันในคราวต่อไปอีกด้วย ถ้าคุณมีนามบัตรก็ควรยื่นให้เขาเช่นกัน วิธีนี้จะทำให้พวกเขาจำคุณได้ง่ายขึ้น และติดต่อคุณได้ทันทีโดยไม่ต้องไปรื้อหาข้อมูลจากกองเอกสารสมัครงาน
พุ่งความสนใจทั้งหมดมาที่ตัวเอง
ตอนนี้คุณพร้อมที่จะก้าวไปรับตำแหน่งใหม่แล้ว ไม่ใช่แค่เริ่มสมัครงานทุกตำแหน่งที่คุณเห็นจากโฆษณา เพื่อให้มั่นใจว่าคุณมีโอกาสได้รับการสัมภาษณ์งานมากขึ้น จงมุ่งความสนใจไปที่งานที่เหมาะสำหรับคุณ สำรวจคุณสมบัติของตนเองว่ามีประสบการณ์ ความสามารถหรือทักษะใดที่เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่สนใจ ส่งประวัติส่วนตัวไปสมัครงานที่เหมาะสมเพียง 10 ตำแหน่งมีโอกาสสำเร็จมากกว่าการสมัครอย่างไม่มีเป้าหมาย 50 ตำแหน่งเสียอีก เมื่อคุณได้รับโทรศัพท์นัดสัมภาษณ์ ต้องจดจำให้ได้ว่าคุณคุยอยู่กับใคร แล้วก้าวไปสู่เป้าหมายของคุณ
การต่อรองเพื่อเพิ่มข้อเสนอ
ควรเปิดใจและซื่อสัตย์ต่อนายจ้าง การคัดเลือกลูกจ้างก็มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นกัน ดังนั้นอย่าเรียกร้องสิ่งตอบแทนโดยไม่สนใจสิ่งใดเลย ไม่ควรเรียกร้องจากการทำงานมากเกินไป (ซึ่งอาจไม่จำเป็นจริงๆ) จนเปิดโอกาสให้คู่แข่งดูน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับข้อเสนอเหล่านั้น ไม่ได้แปลว่าต้องไม่สนใจเรื่องเงินหรือไม่ยอมรับผลตอบแทนจากบริษัท แต่ควรเรียกร้องค่าตอบแทนจากนายจ้างให้เหมาะสมและให้เป็นที่พอใจของตัวคุณเอง ไตร่ตรองให้ดีว่าขั้นแรกควรเป็นการสร้างสัมพันธภาพที่ดีในด้านการทำงานกับว่าที่นายจ้างของคุณก่อน แม่ว่าคุณจะไม่ตอบรับข้อเสนอของบริษัท แต่ก็เป็นการเริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่อาจส่งผลดีในอนาคตก็เป็นได้
แยกใช้อีเมล์ในการสมัครงาน>
ถ้าคุณกำลังมองหางานอื่นในขณะที่ยังทำงานเดิมอยู่ ไม่ควรใช้อีเมล์ที่เกี่ยวกับบริษัทเพื่อสมัครงาน ควรแยกใช้อีเมล์ในเครือข่ายเหล่านี้ เช่น www.lycos.com, www.hotmail.com, www.yahoo.com. เพราะมั่นใจได้ว่า ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ และสามารถใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ทุกที่ ทุกเวลา
การต่อรองเงินเดือน
- การคุยเรื่องนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ หรือไม่ก็ครั้งที่สองหรือครั้งที่สาม และเมื่อมี การพูดถึงเรื่องนี้ ก็ค่อนข้างแน่ชัดว่าพวกเขาจะรับคุณเข้าทำงาน และคุณก็ไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้จนกว่าจะ ทำให้นายจ้างสนใจในตัวคุณมากพอ หรือเขาเป็นผู้เริ่มคุยถึงเรื่องนี้เสียเอง
- การเตรียมตัวและทราบรายละเอียดต่างๆเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการต่อรองเรื่องเงินเดือนและเงื่อนไขอื่นๆในการทำงาน ควรจำไว้ว่าการต่อรองเงินเดือนนั้นไม่ใช่การทดลองสินค้าหรือซื้อรถ คุณอาจจะพลาดงานนั้นทั้งๆที่ควรจะได้เพราะความเป็นนักต่อรองของคุณ หรือได้รับเงื่อนไขที่ดีที่สุดตามที่ต้องการ ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับทักษะในการเจรจาต่อรองของคุณเอง
- ทางแก้ที่สำคัญเมื่อคุณต้องหยัดยืนอยู่ร่วมกับผู้สมัครท่านอื่นเพื่อชิงตำแหน่งงานนั้นมาให้ได้ก็คือกลยุทธ์ในการเจรจาต่อรอง ถ้าคุณผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการสัมภาษณ์และคิดว่ามีโอกาสได้งานมากที่สุด ควรกล้าต่อรองเงื่อนไขในการทำงาน ยิ่งคุณคือหนึ่งในกลุ่มคนที่มีคุณภาพ เรื่องผลตอบแทนในการทำงานก็ควรเป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน ดังนั้นควรคิดรอบครอบและอย่าตั้งเป้าหมายสูงเกินไป
- การโกหกในระหว่างการเจรจา เป็นการเสี่ยงที่จะโดนจับได้และทำให้ตนเองหมดความน่าเชื่อถือ แม้ว่าคุณจะได้งาน แต่ก็อาจจะเป็นการเสี่ยงต่ออนาคตการทำงาน เนื่องจากนายจ้างทราบว่าคุณเคยโกหกมาก่อน ดังนั้นต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา พิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าสิ่งใดอาจจะสร้างปัญหาให้ในภายหลังก่อนที่จะนำหัวข้อนั้นมาตกลงกัน ฝึกฝนทักษะในการเจรจาต่อรองของตนเองให้ดี
- ในระหว่างการเจรจา ควรพิจารณาเงื่อนไขทั้งหมดมิใช่เฉพาะเรื่องเงินเดือน คำนึงถึงข้อแลกเปลี่ยนต่างๆทั้งค่าตอบแทนและสวัสดิการทั้งหมดที่จะได้รับ ตัวอย่างเช่น เวลาที่ยืดหยุ่นในการทำงาน สิ่งต่างๆที่จัดให้ วันหยุดประจำปี ค่ารักษาพยาบาล ฯลฯ และอาจมีข้อแลกเปลี่ยนตายตัวในบางเรื่อง (เช่น การเลื่อนตำแหน่ง) พร้อมๆกับบางสิ่งที่ยืดหยุ่นได้ (เช่น ชั่วโมงการทำงาน)
- อย่าต่อรองเพื่อการเอาชนะ ต้องควบคุมความรู้สึกอยากเอาชนะที่อาจก่อให้เกิดปัญหาทั้งที่ชัยชนะอยู่แค่เอื้อม ควรต่อรองเพื่อให้ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม ถ้าคุณเจรจาสำเร็จ มั่นใจได้เลยว่าคุณทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกถึงคำว่า “ได้กับได้” ใช้พรสวรรค์และความสามารถที่มีแลกกับสิ่งตอบแทนที่เหมาะสม
- การต่อรองเรื่องเงินเดือนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเริ่มต้นทำงาน ยิ่งคุณจัดการกับเงื่อนไขในการต่อรองได้ดีเท่าใด คุณก็จะยิ่งมั่นใจเมื่อเริ่มทำงานว่าคุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเป็นการทดแทนทั้งตัวเองและบริษัท ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเจรจาเงื่อนไขต่างๆเมื่อคุณเก่งกล้ากว่านี้ในอนาคต