JobStreet.com - Thailand


 
Job Search Tips << Back to list of Job Search Tips

กำจัดความผิดหวังจากการหางาน
โดย แมรี่ เชอร์ล โดนา ปาราส

การถูกคัดออกการสมัครงานครั้งแล้วครั้งเล่าอาจจะฝังอยู่ในใจคุณตลอดไป แม้ว่าจะผิดหวัง แต่ก็ต้องสามารถปรับกลยุทธ์ในการต่อสู้กับความเจ็บปวดที่ผ่านไปแล้ว

เผชิญหน้ากับมัน : การหางานส่วนใหญ่ใช้เวลานานและสร้างความทรมานให้ตัวเองเป็นอย่างยิ่ง แต่ควรปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปหรือไม่ เราไม่มีทางเลือกก็จริง แต่เราสามารถก้าวข้ามจุดเริ่มต้นนั้นไปได้ ก่อนที่หลายๆคนจะประสบความสำเร็จ พวกเขาก็ต้องก้าวข้ามหลายๆสิ่งมาเช่นกัน หมายถึงหลายๆสิ่งที่ “ผิดหวัง” นั่นเอง

โดยปกติ การหางานเริ่มจากค้นหาประกาศรับสมัครงานจากหน้าหนังสือพิมพ์ หรือจากเว็บไซต์เกี่ยวกับอาชีพในอินเตอร์เน็ต เช่น จ๊อบสตรีทดอทคอม และทุกครั้งคุณก็จะบอกตัวเองด้วยความตื่นเต้นว่า “ยูเรก้า” ฉันเจองานที่ต้องการแล้ว

คุณสมบัติที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครจะจุดประกายความหวังในการหางานที่เหมาะสมกับคุณ ด้วยประสบการณ์และมุมมองที่คุณมีตามนั้น สิ่งที่คุณต้องทำในตอนนี้ก็คือ ส่งประวัติส่วนตัวเพื่อสมัครงานและรอรับโทรศัพท์เรียกตัวไปสัมภาษณ์ คุณมั่นใจว่าหลังจากสัมภาษณ์แล้ว คุณก็จะได้เริ่มทำงานในบริษัทแห่งใหม่ เก็บของใช้ส่วนตัวให้เข้าที่ เช่น ใช้ภาพถ่ายตัวเองหรือรูปสัตว์น่ารักตั้งเป็นภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์

ถ้าชีวิตมันเป็นอย่างที่เราต้องการทุกอย่างก็คงดี แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น แม้คุณจะผ่านการสัมภาษณ์มาแล้วและ ตอบทุกคำถามได้ดี แต่งกายสุภาพด้วยสูทชุดใหม่ พรั่งพร้อมด้วยประสบการณ์การทำงานที่จะช่วยเติมเต็มตำแหน่งนั้นได้ แต่คุณก็พลาดงานนี้

การถูกคัดออกเป็นการบั่นทอนกำลังใจในการแข่งขันขั้นรุนแรง

เบี่ยงเบนความมั่นใจไปในทิศทางอื่น
แต่วิธีนี้จะทำให้คุณขาดเป้าหมาย ดังนั้นควรจะลุกขึ้นมาต่อสู้แล้วลืมผลกระทบเล็กๆน้อยจากการสมัครงานซึ่งทำลายความมั่นใจของคุณไปเสียให้หมด แล้วต้องทำอย่างไร? ก่อนที่จะเริ่มสมัครงาน ต้องเตรียมแผนการเพื่อรับมือกับการถูกคัดออกโดยตรง นี่คือวิธีหยุดการไม่รับเข้าทำงานและออกไปให้พ้นจากวิถีเดิมๆ :

  • ยอมรับว่าการหมดหวังเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกำลังใจขึ้นมาใหม่และเป็นเรื่องธรรมดาในโลกของ ความเป็นจริง เรียนรู้จากประสบการณ์ (โดยเฉพาะการคัดออก) เพื่อก้าวข้ามไปให้ได้ การหางานทำอาจจะไม่ใช่เรื่องสนุก แต่ก็เป็นกระบวนการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างหนึ่งในโลกแห่งความจริง คิดว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่ทำให้เราพัฒนาตนเองเพื่อก้าวเดินไปข้างหน้าสู่ชีวิตและอนาคตที่ดีกว่า
  • ทำความเข้าใจกับการตัดสินที่ไม่น่าพอใจ ซึ่งไม่ใช่สิ่งสะท้อนจากความสามารถและตัวคุณเอง ถ้าประสบการณ์ที่คุณมียังไม่เพียงพอสำหรับงานนั้นๆ จงจำไว้ว่า การถูกปฏิเสธไม่ได้หมายความว่าคุณสมบัติหรือความสามารถของคุณไม่ดีพอ แต่ผู้จัดจ้างต้องการองค์ประกอบในด้านอื่นๆ ซึ่งมักเป็นสิ่งที่คุณไม่รู้และควบคุมไม่ได้ ยิ่งใส่ใจมันน้อยเท่าไหร่ยิ่งทำให้คุณรับมือกับความผิดหวังได้ดีเท่านั้น เพราะคุณทราบดีว่า มันไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของคุณ
  • รับรู้ว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว และตระหนักไว้เสมอว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่ต้องก้าวถอยหลัง ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความคิดแง่ลบนั้นปิดกั้นไม่ให้คุณพบเจองานอื่นๆอีกเป็นล้านตำแหน่งที่อยู่รอบตัวคุณ คนทั่วโลกก็กำลังทำเช่นเดียวกับคุณ นั่นคือคัดเลือกงานจากอินเตอร์เน็ตหรือโฆษณาต่างๆ แต่งกายให้ดูดีพร้อมกับรอยยิ้มอย่างมั่นใจบนใบหน้า (เหมือนกับลูกปาล์มหวานๆ) เพื่อไปสัมภาษณ์งานเช่นเดียวกันคุณ มีคนมากมายที่โชคร้ายได้รับโทรศัพท์บอกปฏิเสธจากฝ่ายบุคคลพร้อมกับอวยพรให้โชคดีในการหางาน นั่นเป็นสิ่งที่พนักงานเล็กๆสามารถทำได้ และก็ไม่ได้สร้างปัญหาให้ใคร
  • อย่าย่อท้อ กราฟความหวังย่อมลดลงเป็นธรรมดา หลังจากถูกคัดออกเพียงสองครั้ง หรือไม่มีการโต้ตอบจากบริษัทที่คุณส่งใบสมัครงานไปให้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงถึงกับต้องหมดกำลังใจที่จะสู้เพื่องาน หรือซ่อนตัวดูโทรทัศน์อยู่แต่ในบ้านตลอดทั้งวันจนกลายเป็นทั้งเดือน มันจะทำร้ายคุณได้ก็ต่อเมื่อผู้ว่าจ้างคุณตั้งคำถามเกี่ยวกับประวัติการทำงานที่ผ่านมาของคุณเท่านั้น
  • เมื่อคุณถูกคัดออกเกินกว่าหนึ่งครั้ง ควรเริ่มหาสาเหตุที่ทำให้คุณพลาดงานเหล่านั้น ปัญหาอาจจะอยู่ที่ประสบการณ์ที่คุณมีไม่เกี่ยวข้องกับลักษณะของงานที่คุณสมัคร บางเรื่องคุณต้องถามตัวเองเท่านั้น เช่น ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ของเราอยู่ในขั้นเซียน หรือยังเดินย่ำอยู่ในยุคหิน? เราควรควบคุมการแสดงอาการต่างๆให้ดีกว่านี้หรือเปล่า? เราควรปรับภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูดีกว่านี้หรือไม่? เราต้องมั่นใจในตัวเองให้มากกว่าใช่ไหม? หลังจากลองถามตัวเองดูแล้ว คงจะเข้าใจได้ว่า การทำให้ผู้อื่นเชื่อมั่นในตัวเราเป็นเรื่องยากมาก เพราะตัวเราเองยังไม่มีความเชื่อมั่นในตนเองเลย เพื่อเพิ่มความมั่นใจอีกขั้น ลองขอให้เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัวประเมินประวัติส่วนตัว ทักษะการให้สัมภาษณ์และการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมของตัวเรา เก็บความคิดเห็นและคำวิจารณ์นั้นไว้ปรับปรุงตัว เมื่อคุณทราบว่าตนเองมีจุดอ่อนในเรื่องใดแล้ว ก็ควรหาทางกำจัดมันให้หมดไป
  • อย่าทำลายโอกาสของตัวเอง คุณอาจจะไม่ได้ทำบางสิ่งซึ่งมีความหมายในเชิงธุรกิจ เช่น ส่งข้อความหรือจดหมายแสดงความขอบคุณทางบริษัทที่ให้โอกาสในการสัมภาษณ์คุณ ทุกสิ่งที่คุณรู้อาจเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการโดยไม่คาดคิดก็เป็นได้ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่จะได้รับโทรศัพท์บอกปฏิเสธการผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์ครั้งต่อไป หลังจากสัมภาษณ์รอบแรกไปแล้ว หลังจากทำสิ่งที่พิเศษ เช่น ส่งการ์ดแสดงความขอบคุณ หรือส่งข้อความไปขอบคุณพวกเขาทั้งๆที่พวกเขาไม่ประใจในตัวคุณ หรือจำชื่อคุณไม่ได้ด้วยซ้ำ ทุกอย่างอาจจะดีขึ้น
จำไว้ว่า ถ้าคุณได้รับเชิญไปสัมภาษณ์ เปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้สมัครที่ไร้ข้อตำหนิสำหรับตำแหน่งนั้น เพียงเท่านี้ก็เท่ากับคุณได้ชัยชนะไปครึ่งหนึ่งแล้ว



<< Back to list of Job Search Tips