การค้นพบงานเป็นครั้งแรก
โดย เหงียว หยก เหมง
วงการธุรกิจในปัจจุบันมีอัตราการว่างงานสูงมาก คนที่เพิ่งจบการศึกษาและคนที่ต้องออกมาหางานทำควรตระหนักถึงความเป็นจริงในข้อนี้ด้วย อย่าคาดหวังเอาไว้สูงว่างานแรกจะต้องเป็นงานที่เหมาะสมกับตัวเอง แต่ควรฉกฉวยประสบการณ์อันมีค่าจากงานแรกนี้ไว้ก่อน
โดยแท้จริงแล้ว โอกาสที่จะได้งานที่เหมาะกับตัวเองในครั้งแรกเลยนั้นเป็นไปได้น้อยมาก เว้นแต่คนที่จบใหม่มีคุณสมบัติตรงตามลักษณะงานที่เขาต้องการและตัดสินใจเริ่มทำงานนั้น แต่ในโลกของการทำงานที่แท้จริง ผู้คนมากมายเปลี่ยนอาชีพถึงสองสามครั้ง โดยเฉพาะในช่วงแรกของการทำงาน
เนื่องจากไม่มีใครอยากเปลี่ยนงานบ่อยๆ เปลี่ยนทุกปีหรืออาจไม่ถึงปี การเปลี่ยนงานได้ก็เหมือนกับมีสุขภาพที่ดี หมายความว่า ทักษะหรือประสบการณ์ของเขาเป็นที่ต้องการมากในขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ อย่าไรก็ตาม ควรเก็บสะสมประสบการณ์จากการทำงานให้มากที่สุด มีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังหางานว่าควรจะทำงานที่หาได้นั้น3 ปีเป็นอย่างน้อย
การเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในเชิงธุรกิจ
อย่าคิดว่าคุณจะสามารถแก้ปัญหาที่เพิ่มขึ้นจากการหางานได้ด้วยตัวคุณเอง เพราะคุณจะต้องจ่ายค่าความไม่รู้และทัศนคติแบบนี้ด้วยราคาที่แพงมาก โดยคุณอาจจะหางานทำไม่ได้เลยหลังจากผ่านการสัมภาษณ์และการสมัครงานมาแล้วหลายครั้ง ถ้าไม่มีคนชี้แนะ คุณไม่เพียงต้องพบกับปัญหาเท่านั้น แต่ยังล้มเหลวในการหางานทำด้วย
ผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาควรเข้ารับคำปรึกษาหรือข้อแนะนำเกี่ยวกับอาชีพจากทางมหาวิทยาลัย ทั้งเรื่องเทคนิคในการสมัครงาน การติดต่อกับองค์กรต่างๆ การสัมภาษณ์ การเชื้อเชิญ หรือแม้แต่การเซ็นสัญญาเข้าทำงาน
ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าคุณอยากทำอะไร ลองปรึกษาพ่อแม่ เพื่อนสนิท หรือผู้ที่ให้คำปรึกษาได้ บอกอาชีพที่คุณอยากเข้าไปสัมผัส เหตุผลที่เลือกทำงานตามสาขาที่ร่ำเรียนมา และสิ่งที่ทำให้คุณคิดว่าจะทำงานลักษณะนี้ได้ดี แผนการการทำงานในอนาคต และขอคำแนะนำสำหรับแผนการที่คุณวางไว้ ทั้งหมดนี้คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้คุณค้นพบอาชีพที่ตนเองสนใจ ดังนั้นอย่าอายที่จะปรึกษาพวกเขา
ตามแผนที่คุณวางไว้ สิ่งที่คุณสนใจและงานอดิเรกที่คุณทำอยู่เป็นข้อบ่งชี้สำคัญที่จะช่วยรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิตและการทำงาน นับตั้งแต่คุณเรียนจบและยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน นี่คือหนึ่งในหน่วยวัดความสามารถที่นายจ้างใช้ตัดสินความสามารถของคุณ อีกส่วนหนึ่งมาจากผลการเรียนของคุณ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประสบการณ์ที่คุณเคยได้รับจากการทำกิจกรรมและหน้าที่ที่คุณเคยให้กับองค์กรนั้น และระยะเวลาที่คุณได้ร่วมในองค์กรเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น เคยร่วมทำกิจกรรมกับหลายชุมนุม อาทิ เช่น ชุมนุมฟุตบอล ชุมนุมโต้วาที กลุ่มเยาวชน กลุ่มจัดทำวารสารมหาวิทยาลัย ชุมนุมอาสาพัฒนาสังคม อย่างน้อยถ้าเขาถามความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ คุณก็จะสามารถเชื่อมโยงกับนโยบายการทำกิจกรรมที่คุณเคยร่วมกำหนดมาใช้ตอบคำถามได้
เรื่องสุดท้ายแต่สำคัญไม่แพ้กัน คือ มองหาจุดเด่นและลักษณะที่ดีของตัวเอง บางคนจะเป็นคนซื่อสัตย์ ขยันและตั้งใจทำงาน มีความรับผิดชอบ สนใจคนรอบข้าง ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีระเบียบวินัยและเป็นคนใจกว้าง เพียงแค่คุณมองเห็นคุณค่าในตัวเองเท่านั้น คุณก็จะมีความภาคภูมิใจในตนเองและทำให้ผู้อื่นรู้สึกภาคภูมิใจไปกับคุณด้วย หลังจากนั้น แม้ว่าจะไม่มีงานทำในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้ มันก็ไม่ใช่ความผิดของคุณ มองสิ่งต่างๆในแง่ดีเข้าไว้ แล้วคุณจะได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆมากมาย รวมทั้งเรียนรู้ความเจ็บปวดจากประสบการณ์ในการหางานทำ
|