การเลือกเส้นทางอาชีพ
โดย
แดนนี่ แพนโช
ทางเลือกในการทำงานของคุณ ควรขึ้นอยู่กับความพึงพอใจในงานที่ทำ ผลตอบแทน และโอกาสในการประสบความสำเร็จ ซึ่งอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณเรียนมาเลยก็ได้
เมื่อก่อนการศึกษามักจะเป็นตัวกำหนดอาชีพการทำงาน แต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว เพราะเทคโนโลยีต่างๆที่พัฒนาขึ้น ทำให้การทำงานมีหลากหลายขึ้น ทักษะที่จำเป็นในการทำงานก็เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งช่วยให้ใช้เวลาในการเรียนรู้สิ่งต่างๆน้อยลงด้วย ผู้ที่จบการศึกษาด้านธุรกิจการเกษตรอาจจะประกอบอาชีพนักเขียนโปรแกรม เรียนพยาบาลแต่กลายมาเป็นนักแปลงรหัสคอมพิวเตอร์ เรียนจบด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่มาทำงานเกี่ยวกับฝ่ายบุคคล เรียนบริหารแต่มาทำงานโรงแรม หรือเรียนจบด้านการท่องเที่ยวแต่มาทำงานเป็นพนักงานธนาคาร เป็นต้น
ปัจจุบันนี้ อาชีพเพียงไม่กี่อาชีพเท่านั้นที่ต้องได้รับการศึกษามาโดยตรง เช่น ทนายความ แพทย์ หรือวิศวกร งานที่ผู้จบการศึกษาใหม่เริ่มทำมักจะเป็นพื้นฐานเพื่อฝึกฝนและพัฒนาทักษะความชำนาญในด้านอาชีพการงาน ถ้าคุณมีความสามารถในด้านการสื่อสาร ด้านการคิดคำนวณ มีทักษะในการทำความเข้าใจและวิเคราะห์สิ่งต่างๆได้ดี คุณก็สามารถหางานที่ดีทำได้มากกว่าเลือกงานตามสาขาที่คุณจบการศึกษามาเสียอีก
พัฒนาการในเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อผลความสำเร็จในการศึกษาโดยตรง ปัญหาคือ ควรเลือกงานตามที่ได้สาขาที่ศึกษามาโดยตรงตลอดสี่หรือห้าปีนั้น? หรือ สำรวจทักษะความสามารถนอกตำราเรียนที่ตนเองมีอยู่เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์? และเมื่อพิจารณาความสามารถของตนเองแล้ว ผลจะออกมาเป็นเช่นไร?
เพื่อช่วยค้นหาคำตอบเหล่านั้น ก่อนอื่นคุณต้องตั้งคำถามที่ถูกต้องเพื่อสำรวจตนเองดังนี้:
Wความสนใจและความชอบที่แท้จริงในชีวิตของตนเองคืออะไร? ถ้าได้ทำงานนั้นแล้วจะมีความสุขกับการทำงานหรือไม่?
หลายๆคนเลือกศึกษาต่อทั้งๆที่ไม่ทราบว่าความต้องการที่แท้จริงในชีวิต และส่วนใหญ่มักจะได้รับอิทธิพลมาจากคนรอบข้าง เลือกสาขาในการเรียนด้วยเหตุผลนานัปการ ไม่ว่าจะเป็นการเลียนแบบพ่อแม่ (พ่อของฉันเป็นทนายความ ฉันจึงอยากเป็นทนายเหมือนกับพ่อ) ได้รับความกดดันจากด้านอื่น (“ใครๆก็เลือกเรียนวิศวฯกันทั้งนั้น”) หรือเลือกเรียนตามกระแสความนิยมนั่นเอง
ถ้าคุณได้เลือกเรียนในสิ่งที่คุณชอบจริงๆ และเชื่อมั่นว่าจะมีความสุขเมื่อได้ทำงานด้านนั้นไปตลอดชีวิต ก็ควรเลือกหางานตามที่คุณชอบและศึกษามาโดยตรง
แต่ถ้านั่นไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ งานที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่คุณเรียนจบมาทำให้คุณลำบากใจและไม่มีความสุข ควรตัดสินใจเลือกสมัครงานที่คุณชอบจริงๆ ถ้าขาดทักษะและความสามารถในด้านเหล่านั้น เพียงแค่สมัครเรียนเพิ่มเติมในระยะเวลาสั้นๆ ก็จะกลายเป็นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองเลยทีเดียว นายจ้างมักจะคาดหวังและให้ความสำคัญกับผู้สมัครที่ซื่อสัตย์ต่อตนเองและกล้าตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องโดยไม่ลังเล
ในช่วงสองปีแรกที่เราเปิดบริษัทจัดทำเว็บไซต์ หนึ่งในบรรดาผู้สมัครในตำแหน่งนักออกแบบเว็บไซต์ผู้หนึ่ง เป็นหญิงสาวที่จบการศึกษาด้านบัญชีและเคยทำงานให้ธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอรักการใช้อินเตอร์เน็ตและสมัครเรียนพิเศษด้านการทำเว็บไซต์หลังเวลาเลิกงาน จากนั้นก็กลายมาเป็นนักออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ในเวลาต่อมา
ทักษะความสามารถของเธอดูอ่อนหัดและถูกเปรียบเทียบกับผู้สมัครท่านอื่นๆเสมอ แต่ด้วยความสนใจและมุ่งมั่นที่เธอแสดงออกว่าพร้อมที่จะเรียนรู้ทุกอย่างทำให้เธอได้ทำงานในตำแหน่งนี้ ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ด้วยการฝึกฝนอย่างทุ่มเทก็ทำให้เธอสามารถพัฒนาความสามารถและประสบการณ์เทียบเท่ากับเพื่อนร่วมงานท่านอื่นๆได้
อาชีพนี้จะให้ผลตอบแทนด้านการเงินที่คุ้มค่าหรือไม่?
อีกปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนในการตัดสินเลือกสาขาการเรียนก็คือ ค่าครองชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสมัครเรียนด้านพยาบาล กายภาพบำบัด สารสนเทศ หรือสาขายอดนิยมในขณะนั้น ต่อมาเมื่อมีผู้ที่จบการศึกษาในด้านเหล่านั้นไม่ว่าจะเกินหรือน้อยกว่าความต้องการ ก็ย่อมส่งผลที่คาดเคลื่อนต่ออาชีพที่เกี่ยวข้องกับด้านนั้นๆโดยตรง
ลองถามตัวเองว่า คุณเลือกประกอบอาชีพโดยมีเป้าหมายหลักคือเรื่องรายได้ใช่หรือไม่ คำตอบซึ่งสอดคล้องกับรายละเอียดที่กล่าวถึงไปแล้วนั้น จะช่วยให้คุณก้าวเข้าไปหาสิ่งที่ถูกต้อง
ฉันกำลังได้หรือเสียเปรียบกันแน่? แล้วฉันมีโอกาสจะประสบความสำเร็จในด้านใด?
ถ้าคุณตัดสินใจเลือกทำงานที่ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ร่ำเรียนมา ต้องมองหาลู่ทางในการแข่งขันให้ดี วุฒิการศึกษาของคุณจะเป็นตัวช่วยหรือเป็นตัวฉุดรั้งคุณสำหรับงานนั้น? เช่น ผู้ที่เรียนจบด้านวิศวฯ แต่มาสมัครงานฝ่ายบุคคลย่อมมีทักษะด้อยกว่าผู้ที่เรียนจบด้านจิตวิทยามา แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังสามารถทำหน้าที่ในระบบงานด้านบุคคลได้เป็นอย่างดี เช่น เรื่องการคำนวณเงินเดือน เราะเขามีความชำนาญในด้านคณิตศาสตร์ ความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่จบด้าน
วิศวฯหลายท่านที่ทำหน้าที่ฝ่ายบุคคลได้อย่างดีเยี่ยม มักจะเริ่มจากการคำนวณเงินเดือนสำหรับพนักงานท่านอื่นๆ ในขณะเดียวกัน ก็มีหลายตำแหน่งงานที่ไม่มีข้อกำหนดด้านการศึกษาที่ชัดเจนในการรับสมัครงาน เช่น ผู้สอนศาสนา งานเลขานุการและงานบริหาร ซึ่งมักเป็นงานที่มีผู้ทำงานไม่ได้ศึกษาด้านนี้มาโดยตรง ส่วนใหญ่จะเป็นงานด้านการให้ข้อมูล การเตรียมรายงานการประชุม การจัดเก็บบันทึกรายงาน การประสานงาน เป็นต้น ถ้าคุณพอใจที่จะทำงานใดงานหนึ่งตลอดชีวิต ก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจว่าคุณต้องเตรียมกลยุทธ์ในการแข่งขันสมัครงานหรือไม่ อย่างไร แต่ถ้าคุณยังต้องการความเจริญก้าวหน้า ก็จำเป็นต้องรู้เรื่องเหล่านี้เอาไว้
จำไว้ว่า นี่คือคำถามที่จะช่วยให้คุณค้นพบสิ่งที่ต้องการ:
ถามตัวเองดูว่ามีความสุขกับสิ่งที่คุณเลือกเรียนและยังใฝ่หาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับที่เรียนมาอยู่หรือเปล่า? ถ้าคำตอบ คือ ใช้ ลองถามต่อไปอีกว่า คุณจะพอใจกับรายได้ที่มาจากการทำงานในด้านนั้นหรือไม่? ถ้าเชื่อมั่นว่า จะเป็นเช่นนั้น ก็ควรดำเนินตามลู่ทางที่เหมาะสมกับตนเองต่อไป
แต่ถ้าคุณไม่ต้องการทำงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ร่ำเรียนมา ก็ควรเริ่มมองหาลู่ทางด้านอื่นๆ ประเมินระดับความสนใจในเรื่องอาชีพการทำงานที่คิดว่าเหมาะกับตนเอง แล้วพิจารณาว่าคุณมีข้อได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไรสำหรับอาชีพนั้นๆ ถ้าโอกาสที่จะได้ทำงานที่คุณสนใจมีมากพอๆกับงานในด้านที่ร่ำเรียนมาโดยตรง ควรจะเลือกทำตามในสิ่งที่ตนเองต้องการ
แต่ในกรณีที่รู้สึกว่า อยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบ ควรพยายามมองหาโอกาสที่จะได้ทำงานที่ตนสนใจดูก่อน เมื่อตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงทำตามที่ตนเองต้องการ ก็ควรดำเนินการไปตามนั้น แต่ถ้าคุณไม่ต้องการเสี่ยง ควรเลือกมองหาแนวทางในการทำงานด้านอื่น ซึ่งอาจจะเหมาะสมและมีโอกาสได้รับการตอบสนองมากว่าทางเลือกแรก
ขั้นตอนสุดท้ายในการวิเคราะห์ตนเอง การเลือกประกอบอาชีพควรขึ้นอยู่กับความรู้สึกมีความสุขในการทำงาน ความพึงพอใจจากรายได้ที่ได้รับ และโอกาสในการประสบความสำเร็จ อย่าเลือกประกอบอาชีพเพียงเพราะว่า เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับด้านที่เรียนมาหรือเป็นโอกาสแรกที่จะได้ทำงาน พิจารณาความรู้สึกของตนเองให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจเลือกทำงาน เพื่อไม่ให้ตนเองต้องเสียใจในภายหลัง
|