JobStreet.com - Thailand


 
Job Search Tips << Back to list of Job Search Tips

จดหมายเปิดถึงลูกสาวที่พึ่งจบการศึกษา
โดย แดนนี่ แพนโช

ลูกสาวของผู้เขียนเองจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย อาดีนีโอ เดอ มะนิลา และเขาก็ได้ให้ข้อแนะนำในการสมัครงานแก่เธอ โดยอ้างถึงผู้ที่สำเร็จการศึกษาทั้งหมดในปีนี้

เอลิเนียลูกรัก

วันนี้ของลูกก็มาถึงแล้ว ดังที่ลูกได้ฟังในการกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีจบการศึกษาว่า ทุกสิ่งจะผ่านเข้ามาและผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสร้างความรู้สึกสับสนให้กับตัวเราเองเสมอ

ลูกต้องหวนกลับไปคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้น เวลาที่สูญเสียให้กับการเรียน การทำรายงานและการค้นคว้า เตรียมโครงงาน ลำบากกับการหาคำตอบกับสิ่งต่างๆ และอุปสรรคทั้งปวงที่ลูกสามารถผ่านมันมาได้ในที่สุด

และอย่าลืมคิดถึงอนาคตของตนเองด้วย ครั้งแรกที่จะได้ทำงานที่ลูกใฝ่ฝัน เงินเดือนที่ได้มาครั้งแรก แม้แต่มีรถ มีบ้านเป็นของตนเอง แล้วท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ แต่ก็อย่างที่ลูกเห็น คนมากมายที่เรียนจบพร้อมกับลูกก็ต้องการเช่นกัน และทำให้ลูกต้องกระตือรือร้นและรู้สึกกังวลอย่างแน่นอน เพราะทุกคนก็อยากมีงานทำเหมือนกับลูกนั่นเอง แต่สิ่งที่ลูกจะต้องกังวลก็คือ: ทำอย่างไรเราจึงมีสิทธิ์เท่าเทียมกับทุกคนในการหางานทำ? เราจะต้องกลายเป็นหนึ่งในบุคคลว่างงานหรือไม่? หรือเราจะเป็นผู้โชคดีที่ได้ทำงานที่เหมาะกับตนเองหรือเปล่า? และสิ่งที่เราคิดนั้นจริงๆแล้วมันเป็นอย่างไร? เราจะประสบความสำเร็จในการทำงานได้หรือไม่? ความกังวลที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน และพ่อก็อยากจะจัดการอนาคตให้กับลูก ถ้าเป็นไปได้ แต่ตัวลูกเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถตัดสินใจเลือกชะตาชีวิตของตนเอง การตัดสินใจที่ทำให้ลูกมีความทุ่มเท ความพยายามและยอมเสียสละเพื่องานที่ลูกต้องการ

แต่สิ่งที่พ่อสามารถทำให้ลูกได้ในตอนนี้ก็คือ การแบ่งปันประสบการณ์ในการดำเนินอาชีพของตนเองให้ได้อย่างเหมาะสม ไม่ใช่แค่เพียงมุมมองจากประสบการณ์ของพ่อคนเดียวแต่เป็นแนวทางที่สังเกตเห็นได้ในบรรดาผู้ที่ประสบความสำเร็จ ทั้งเพื่อนสนิท เพื่อนร่วมห้อง ผู้ติดต่อกันในการทำงาน ผู้ที่ดำรงตำแหน่งสูงๆและอีกมากมาย พวกเขามาจากต่างสาขาต่างอาชีพกัน แต่พวกเขาก็ประสบความสำเร็จในการทำงานด้วยเงื่อนไขต่างๆดังต่อไปนี้เช่นเดียวกัน :

มีมุมมองที่ชัดเจน
ทัศนคติและมุมองที่ชัดเจนจะทำให้สามารถหาคำตอบได้ว่าตนเองต้องการอะไร มีเป้าหมายในการทำงานที่เหมาะสมสำหรับความสามารถของตนเอง ถ้าตั้งเป้าหมายต่ำเกินไป อาจจะไม่รู้สึกถึงความท้าทายในการทำงานและประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย แต่ถ้าตั้งเป้าหมายสูงเกินไป ก็จะพบว่ามันยากลำบากมากที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น และอาจต้องจมอยู่กับความขัดเคืองใจในตนเองไปตลอดชีวิต เป้าหมายของเราควรเป็นสิ่งที่เราเชื่อมั่นว่าจะทำให้เราภาคภูมิใจในตนเองและทำให้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น ตอนเป็นเด็ก ลูกอาจจะคิดว่าผลตอบแทนจากงานจำนวนมากเท่านั้นที่จะทำให้เรามีความสุข แต่ผู้ที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายไม่ได้คิดเช่นนั้น คนที่คิดเช่นนี้มักจะประสบกับความทุกข์และมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนเองทำสำเร็จ ดังนั้นต้องพิจารณาทัศนคติของตนเองให้ดี ลองจินตนาการถึงอนาคตของตนเองในอีกสี่สิบปีข้างหน้า แล้วถามตัวเองดูว่า “ความสำเร็จที่ได้รับนั้นทำให้เราภาคภูมิใจในตนเองอย่างที่สุดแล้วหรือยัง?”

ร่างแผนการสิ่งที่ควรให้ความสนใจ
แผนการที่จะนำไปสู่ทัศนคติและการทำงานในอนาคต สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ควรทำก็มีเพียงแค่ค้นหาคำตอบว่าตนเองต้องการ “อะไร” และควรเริ่มต้นทำ “เมื่อใด” ซึ่งจะนำไปสู่ขั้นตอนต่อไป (“อย่างไร”) นั่นเอง สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ต้องรู้จักเห็นคุณค่าของแต่ละย่างก้าวของตนเอง การก้าวย่างที่เร็วเกินไปอาจจะนำไปสู่ปัญหาและความอ่อนล้าก็เป็นได้ การก้าวเดินที่ช้าเกินไปก็นำไปสู่จุดอิ่มตัวและหมดความสนใจในที่สุด ตอนนี้ลูกต้องพยายามตัดสินใจเลือกย่างก้าวที่ถูกต้องให้กับตนเอง แต่ต้องเริ่มต้นด้วยวิถีทางและเวลาที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของพ่อบอกว่า ลูกจะรู้สึกถึงความเหมาะสมต่างๆเองเมื่อถึงเวลานั้น

การเตรียมแผนปฏิบัติการล่วงหน้า หลังจากทราบมุมมองทัศนคติและหน้าที่ที่เหมาะสมกับตนเองแล้ว ก็ถึงเวลาสำหรับการพยายามทำให้สำเร็จเสียที สิ่งแรกที่ต้องทำคือ เลือกสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมสำหรับตนเอง และเริ่มค้นหาองค์กรที่จะช่วยทำให้ความคิดนั้นประสบความสำเร็จ ซึ่งจะช่วยให้ลูกสามารถสั่งสม พัฒนา และรู้จักใช้ความสามารถของตนเองเพื่อความก้าวหน้า การค้นหานี้อาจจะต้องใช้เวลานานและเป็นไปได้ค่อนข้างยาก แต่ถ้าเรามีความตั้งใจจริง ก็จะสามารถค้นหาองค์กรที่เหมาะสมกับตนเองได้ในที่สุด มีหลายบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการหางานทำ รวมทั้งที่พ่อเขียนนี้ด้วย ถึงเวลาแล้วที่ต้องนำความสามารถที่มีอยู่ในตนเองออกมาใช้เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ

นอกจากองค์กรที่เหมาะสมกับตนเองแล้ว ควรพยายามค้นหาแนวคิดและระบบการทำงานขององค์นั้นให้ชัดเจน ค้นหาว่าพวกเขามีทัศนคติ เป้าหมาย กลยุทธ์ในแต่ละขั้นตอนเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไร นี่คือรายละเอียดและข้อมูลที่จำเป็นในการวางแผนการทำงานให้ตนเอง เพื่อให้สามารถร่างแผนการปฏิบัติตนให้ง่ายขึ้น ลองพยายามหาคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้: ต้องใช้เวลามากเพียงใดในการเลื่อนขั้นจากอันดับแรกไปสู่อันดับต่อไปที่สูงขึ้น? สิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จคืออะไร? สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถของตนเองคืออะไร? องค์กรที่เลือกสามารถให้สิ่งเหล่านั้นแก่เราได้หรือไม่? ถ้าให้ได้ ต้องทำอย่างไรเพื่อให้ตนเองได้โอกาสนั้น? ถ้าเป็นไปไม่ได้ เราสามารถหาสิ่งเหล่านั้นจากองค์กรอื่นๆได้หรือไม่? ต้องใช้ความพยายามมากเพียงใด? และต้องการความช่วยเหลือในด้านใด?

อย่างที่พ่อบอกในตอนต้น นี่เป็นเพียงแค่ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการทำงานเท่านั้น แต่รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ลูกต้องไปค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอาจทำให้ลูกต้องแก้ไขแผนการที่วางไว้ อย่าลืมพิจารณาแนวทาง หรือคำนวณระยะเวลาในการทำสิ่งต่างๆให้ดี อาจจะเป็นเรื่องที่ดี เช่น ได้เลื่อนตำแหน่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือได้รับข้อเสนอที่ดีกว่าในเรื่องของการทำงาน ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็อย่าหลงระเริงหรือเชื่อมั่นในตนเองจนเกินไป ควรพยายามดำเนินตามแผนการที่ตนเองได้เตรียมการไว้ก่อนนั้นด้วย บางครั้งเหตุการณ์อาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เราคิด เช่น บริษัทล้มละลาย เจ้าของบริษัทถูกเปลี่ยนมือ ฝ่ายบริหารเปลี่ยนนโยบาย แต่อย่าพึ่งท้อถอยหรือหมดหวัง รอคอยเวลาที่เหมาะสม พร้อมๆกับพุ่งความสนใจไปที่สิ่งที่ตนเองต้องการ หนทางสู่ความสำเร็จไม่ใช่แค่ถนนลาดยางทางตรง อาจจะมีทั้งความคดเคี้ยวและหลุมบ่อตลอดการเดินทาง แต่เพียงแค่อดทน และไตร่ตรองให้รอบคอบเท่านั้น ก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวล พ่อจะบอกสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งเป็นข้อสุดท้ายให้จำไว้ให้ดี นั่นคือ: ขอพรจากพระผู้เป็นเจ้าเพื่อให้นำทางไปสู่ความถูกต้องและทุ่มเทความพยายามของตนเองให้เต็มที่ ไม่ต้องใส่ใจว่าวางแผนมาดีเพียงใดและทำได้ยากขนาดไหน เพียงแค่ไม่ย่อท้อ ทุกสิ่งก็ต้องประสบความสำเร็จ ขอให้พระเจ้าคุ้มครองลูกและนำพาลูกไปสู่ความสำเร็จ!

พ่อ




<< Back to list of Job Search Tips