อายุย่างเข้าปีที่ 22
โดย
โรซาลี การ์เร็ท
คุณเพิ่งมีประสบการณ์ในการทำงานเพียงสามถึงสี่ปีเท่านั้น นับตั้งแต่จบการศึกษามา ไม่มีเวลาไปพบปะกับเพื่อนฝูง เลิกสนใจเรื่องยอดบัญชีในธนาคาร และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับสังคมแห่งการทำงานเพื่อให้มีผลงานที่ดีที่สุด คุณต้องเริ่มหันมาใส่ใจคนรอบข้างให้มากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ละเลยครอบครัว และได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ณ ตอนนี้ คุณมีคุณสมบัติที่จะมาเพิ่มเติมต่อจากชื่อของตนเองแล้ว แม้ว่าอาจจะยังเด็กอยู่ก็ตาม แต่ก็พร้อมที่จะก้าวไปเผชิญกับมรสุมชีวิตแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เราไม่ทราบว่าโลกภายนอกพร้อมที่จะเปิดรับตัวเราแล้วหรือยัง? คุณจะได้ทำงานตามที่ตนเองเคยฝันไว้หรือไม่? ถ้าไม่เป็นเช่นที่หวังไว้ จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ อาจจะมีทั้งอุปสรรคและการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในการก้าวเข้าไปในโลกของการทำงาน
แต่ไม่ได้หมายความว่า ต้องโยนประสบการณ์ทั้งหมดที่มีนั้นทิ้งไปแล้วไปเผชิญหน้ากับการเริ่มต้นหางานใหม่ พร้อมกับคำว่า “ขอแสดงความเสียใจด้วย แต่ก็ขอบคุณมากที่ให้ความสนใจในการรับสมัครของเรา ทางเราจะเก็บประวัติส่วนตัวของคุณไว้ เมื่อมีตำแหน่งที่เหมาะสมกับคุณ ทางเราจะติดต่อกลับไป” ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น
แล้วคุณจะแก้ปัญหาที่มักเกิดกับผู้ที่มีอายุ “ย่างเข้า 22 ปี” ที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมแต่ขาดประสบการณ์ในการทำงานได้อย่างไร? นี่คือคำแนะนำที่จะทำให้คุณค้นพบงานที่ตนเองต้องการโดยไม่ย่อท้อกับคู่แข่งเป็นพันคนที่อยู่รอบตัวคุณ
นกที่รู้จักจับเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว
แม้ว่าจะยังไม่แน่ใจว่าตนเองเหมาะกับงานลักษณะใด หรือทราบแล้วก็ตาม แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ ประสบการณ์ในการทำงานเป็นเรื่องจำเป็น ดังนั้นทำอย่างไรจึงจะได้ทำงานที่ตนเองต้องการ?
เริ่มแรก ควรพิจารณาสถานที่ที่ต้องการไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ดี หลายๆบริษัทเปิดรับนักศึกษาที่จบใหม่และผู้ที่ต้องการฝึกงาน แต่พนักงานส่วนใหญ่มักจะมองว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นแค่ผู้ที่ต้องการคำแนะนำในการทำงานเท่านั้น ดังนั้นควรพิจารณาทุกองค์ประกอบในการทำงานให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจเริ่มทำงาน พยายามค้นคว้าเกี่ยวกับบริษัทให้มากที่สุด ทั้งด้านความมั่นคง โปรแกรมการฝึกอบรม รวมทั้งประสบการณ์ที่คุณจะได้รับจากการทำงาน ถ้าคุณมีโอกาสระบุชื่อบริษัทที่น่าเชื่อถือลงในประวัติของตนเอง ย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้กับความก้าวหน้าด้านการทำงานในอนาคตอย่างแน่นอน
เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากบริษัทใดแล้ว ควรทำอย่างไรเพื่อให้ได้ทำงานที่นั่น? ไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงแค่ตั้งเป้าหมายแล้วก้าวไปให้ถึงจุดนั้นก็พอแล้ว
เริ่มจากโทรไปติดต่อกับทางบริษัท ซึ่งแต่ละที่จะมีวิธีแตกต่างกัน บางบริษัทอาจจะมีรากฐานมั่นคงติดอันดับโลก ในขณะที่บริษัทอื่นๆเป็นเพียงบริษัทประกอบกิจการเล็กๆเท่านั้น แต่ก็มีชื่อเสียงในด้านการทำงาน นั่นหมายความว่าแต่ละบริษัทย่อมมีระบบการทำงานที่แตกต่างกัน หลังจากที่ได้เบอร์โทรศัพท์ของทางบริษัทแล้ว ควรโทรไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการฝึกงานกับทางบริษัทที่คุณสนใจ ถ้าเป็นไปได้ ควรพยายามขอพูดคุยกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลเป็นการส่วนตัว หรือฝากข้อความทิ้งไว้ให้พวกเขาทราบ แต่ก็ต้องคำนึงถึงมารยาทด้วยเช่นกัน แสดงความเป็นมืออาชีพของคุณให้พวกเขาได้เห็น พร้อมทั้งนำเสนอความสามารถของตนเองไปด้วย
เจนนี่ ชัว ต้องการทำงานในบริษัทเกี่ยวกับซอฟแวร์ชื่อดังแห่งหนึ่ง เธอต้องการเพียงแค่เข้าไปสัมภาษณ์เพื่อเริ่มทำงานกับบริษัทที่มีชื่อเสียง เพราะเป็นการปูทางให้กับการประกอบอาชีพในอนาคตสำหรับตนเอง เจนนี่คิดว่า ถ้าเธอมีโอกาสได้เข้าไปสัมภาษณ์ เธอก็จะทราบความแตกต่างของบริษัทแห่งนี้กับบริษัทอื่นๆ เจนนี่โทรกลับไปที่บริษัทแหงนั้นอีกครั้ง ปัญหาก็คือ เจนนี่ไม่เคยได้รับการติดต่อกลับและเธอก็คิดว่าตนเองไม่ได้รับความสนใจจากทางบริษัทแล้ว ด้วยความกังวลใจ เธอจึงไปที่บริษัทแห่งนั้นและขอพบผู้จัดการเป็นการส่วนตัว ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง เจนนี่จึงทราบว่าพนักงานต้อนรับไม่ได้แจ้งเรื่องที่เธอมาขอพบผู้จัดการให้เขาทราบ แต่ในที่สุดเธอก็พยายามจนสามารถเข้าไปฝึกงานที่บริษัทแห่งนั้นได้ พร้อมทั้งได้รับเลือกเป็นพนักงานประจำในเวลาต่อมา
ก้าวไปสู่เป้าหมายที่คุณต้องการ
เป็นที่ทราบกันดีว่านักศึกษามักจะมีเวลาว่างมากมายนอกจากเวลาเรียนหนังสือ จนสามารถเอาเวลาว่างไปทำงานพิเศษได้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หรือในช่วงปิดเทอม เพื่อหาประสบการณ์ในการทำงานที่ตนเองสนใจ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายดายเช่นกัน เพียงแค่ส่งอีเมล์สมัครงานที่ตนเองสนใจและขอพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับผู้ที่รับผิดชอบ
เนื่องจากการส่งอีเมล์จะเป็นวิธีการที่ง่ายดาย จึงอาจจะถูกมองข้ามไปได้ง่ายๆเช่นกัน เนื่องจากมีคนมากมายที่ใช้วิธีนี้ในการสมัครงาน ดังนั้นควรจะโทรไปหาพวกเขาก่อนแล้วจึงส่งอีเมล์ตามไป เพื่อให้แน่ใจว่าประวัติส่วนตัวและใบสมัครของคุณจะได้รับการเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาต้องการให้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปให้ทันทีหลังจากวางโทรศัพท์ ดังนั้นจึงไม่ควรลืมขั้นตอนนี้ เพราะในขณะที่คนอื่นๆยังต้องพยายามต่อไป คุณอาจจะได้งานทำแล้วก็เป็นได้
รู้จักเก็บเกี่ยวโอกาสต่างๆ
หลังจากได้รับโอกาสในการเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงานที่ต้องการแล้ว ควรกล้าที่จะขอให้พวกเขาพิจารณาจ้างคุณต่อไปหลังจากที่เรียนจบแล้ว แต่ถ้ารู้สึกว่าบริษัทแห่งนั้นไม่เหมาะสำหรับคุณ ควรจะทำให้พวกเขากลายเป็นแหล่งอ้างอิงในการทำงานที่ดีสำหรับคุณก่อนจากไป ประสบการณ์ที่ได้จากการทำงานในช่วงแรกๆ อาจจะช่วยให้คุณค้นพบลักษณะงานที่เหมาะกับตนเอง โดยไม่ต้องเสียเวลาเพื่อค้นหาสิ่งที่ตนเองสนใจอย่างแท้จริงอีกต่อไป ซึ่งต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกอีกยาวนาน
ควรใช้ความสัมพันธ์ของคุณที่มีต่อผู้อื่นให้เกิดประโยชน์ เมื่อต้องการหาประสบการณ์ในการทำงาน ขอร้องให้ผู้ปกครอง เพื่อน หรืออาจารย์ช่วยเหลือ เมื่อต้องการหาประสบการณ์ในการทำงาน อย่าอายที่จะขอร้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือเรา เพราะในโลกของธุรกิจผู้ที่อ่อนแอจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้ ดังนั้นเพียงแค่โทรขอร้องผู้ที่สามารถช่วยเหลือเราได้ ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ถ้ามีความกล้ามากพอ คุณก็สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นเพียงแค่ก้าวเข้าไปหาผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่ให้ความช่วยเหลือคุณได้ และเต็มใจช่วยเหลือคุณ แล้วโอกาสจะเป็นของคุณ ไม่ต้องหวั่นกลัวปรากฏการณ์ “ย่างเข้าปีที่ 22” แล้วก้าวข้ามมันไปได้ด้วยดี
|