ไม่ได้งานก็ไม่เป็นไร
โดย คุณ เหม่ย ชิง
อาจเป็นเพราะเราเข้าใจทุกอย่างได้ดีขึ้นกว่าเมื่ออายุน้อย ทั้งจากประสบการณ์ที่สั่งสมมา หรือเพราะว่าโลกมันเล็กลงและเส้นขอบฟ้าของเรากว้างขึ้น เรารู้มากขึ้นนั่นเอง
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางการศึกษาหรือบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้น ก็ไม่อาจทำให้ทราบได้อย่างแท้จริงว่าควรจะประกอบอาชีพใดหลังจากที่เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้ว คนส่วนใหญ่ก็เช่นกัน เพียงแต่รู้สึกว่าต้อง “ทำ” บางอย่างเพื่อหาทางให้ได้ทำงานเท่านั้น แม้จะอ้างว่าใช้เวลาเป็นปีเพื่อท่องเที่ยว เพื่อศึกษาต่อ หรือเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่เวเนซูเอล่า แต่ความจริงก็คือ คุณยังไม่ทราบแน่ชัดว่าตนเองต้องการทำงานอะไรในอนาคต
แต่ก่อนที่คุณจะรีบกล่าวปฏิเสธ ลองฟังความจริงที่กำลังจะบอกต่อไปนี้ก่อน คนส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองต้องการทำอะไรกับชีวิตหลังจากที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้ว และพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่ได้วางแผนไว้เช่นกัน ญาติๆของคุณก็ไม่มีคำแนะนำสำหรับเรื่องนี้ และผมก็ไม่มีเช่นเดียวกัน
ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายแต่อย่างใดเมื่อถูกปฏิเสธ และไม่ได้ตำแหน่งงานที่คุณสมัครงานเป็นครั้งแรกหลังจากที่เรียนจบมาจากมหาวิทยาลัย
เมื่อตอนที่ผมพึ่งเรียนจบ ผมได้งานทำทันทีที่บริษัท เชลล์ เพราะจบการศึกษาด้านบัญชี ผมรับงานนั้นเพราะว่าเป็นงานเดียวที่ผมเข้าไปสัมภาษณ์แล้วก็ได้งานเลย และอีกเหตุผลคือ เป็นบริษัท “เชลล์” นั่นเอง ชีวิตการทำงานของผมก็เริ่มขึ้นตั้งแต่บัดนั้น จากนั้นก็เปลี่ยนงานอีกสี่ครั้งในระยะเวลาหกปี แต่ผมก็มีความสุขกับทุกงานที่ผมทำในระหว่างนั้น เมื่ออายุ 28 ปี ผมพูดได้เต็มปากเลยว่า “ผมค้นพบงานที่สมบูรณ์แบบในบริษัทที่ดีเยี่ยมแห่งหนึ่งขณะที่กำลังประสบปัญหาชั่วขณะ” เพราะในที่สุดผมก็เข้าใจว่าอาชีพใดที่เหมาะสมและทำให้ผมมีความสุขในการทำงาน
ช่วงเวลาไม่กี่ปีหลังจากจบการศึกษาจะเป็นช่วงเวลาที่จะค้นพบสิ่งที่ตนเองต้องการ คุณอาจจะได้ทำงานที่น่าเบื่อสำหรับคุณ ไม่ใช่งานรูปแบบที่คุณชื่นชอบ หรือไม่ใช่ด้านที่คุณสนใจอย่างแท้จริง แต่จงจำไว้ว่า คุณจะไม่ได้ทำงานเดิมตลอดไป เมื่อคุณละเมิดสิ่งสำคัญในการทำงานไป ตัวอย่างเช่น การแต่งงานและมีบุตร ซึ่ง “เป็น” ข้อห้ามในการทำงาน แต่เมื่อคุณทำเช่นนั้น ก็หมายความว่าคุณทำผิดกฎ แม้จะไม่ใช่ความผิดร้ายแรงแต่ก็เป็นความผิดเช่นกัน ถ้าคุณไม่เรียนรู้ข้อบังคับเหล่านั้นให้ดี
การประกอบอาชีพ คือ การเดินทางที่ยาวนานที่เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มทำงานนับตั้งแต่งานแรก ในแต่ละงานที่ทำ คุณก็จะได้เรียนรู้ทักษะและนำความรู้ที่คุณมีมาใช้ ทักษะความสามารถนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การศึกษาเท่านั้น แต่รวมไปถึงพื้นฐานในการจัดการ การติดต่อกับลูกค้าและการปรับตัวทางธุรกิจ กล่าวคือ ทุกทักษะที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของคุณนั่นเอง และยังเป็นการสะสมประสบการณ์ความชำนาญเฉพาะด้านนั้นๆอีกด้วย ปัญหาคือ คุณต้องการทำงานเป็นกลุ่ม หรือทำงานคนเดียว? คุณมีความสามารถพิเศษในด้านการบริหารตัวเลขทางการเงินหรือไม่?
เมื่อคุณก้าวเข้าไปในการเดินทางนั้น ทักษะเบื้องต้นของคุณจะค่อยๆก่อตัวขึ้น และเริ่มเข้าใจลักษณะการทำงานได้ดีขึ้น ในแต่ละขั้นตอนของการเดินทาง คุณจะสามารถจำกัดความสำคัญในแต่ละย่างก้าวของการทำงานได้ เพราะคุณได้รับประสบการณ์จากชีวิตและการทำงานจริงๆ
ใช้เวลาในช่วงเริ่มแรกของการทำงานเพื่อหาประสบการณ์และความท้าทายให้กับตนเอง ทำให้เหมือนกับอยู่ในอีกสถานการณ์อีกแบบหนึ่ง นั่นก็คือ การศึกษาระดับปริญญาโท โดยการพัฒนาความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของคุณเอง เรียนรู้ในรูปแบบของตนเองด้วยระยะเวลาสักหนึ่งถึงสองปีหรือมากกว่านั้นเล็กน้อย เช่น เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ยากไร้ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆบนโลกใบนี้ในรูปแบบที่เข้มข้น แต่ถ้าคุณต้องการมองหาลักษณะหน้าที่การงานที่คุณต้องการ ก็ไม่ควรทำอย่างที่กล่าวข้างต้น ต้องทำความเข้าใจกับสิ่งที่ตนเองสนใจให้กระจ่าง โดยใช้เวลาทุ่มเทให้กับการทำงานชั่วระยะเวลาหนึ่ง สร้างทางเลือกให้ตัวเอง และเรียนรู้ประสบการณต่างๆทั้งจากความสำเร็จและความผิดพลาดของตัวคุณเอง
ในไม่ช้านับจากนี้ คุณจะตระหนักและตื่นเต้นกับหน้าที่การงานของตนเอง เพราะว่าคุณได้ทำในสิ่งที่ตนเองต้องการอย่างแท้จริง เชื่อผมเถอะว่า เมื่อถึงเวลานั้น มันจะเป็นความรู้สึกที่เยี่ยมยอดจริงๆ!
|