พลิกสถานการณ์เลวร้ายในการทำงานให้เป็นเรื่องน่ายินดี
โดยโรซาลี การ์เร็ต
สิ่งที่ได้ทำลงไป! สิ่งไม่ดีที่เคยก่อไว้ การทำงานผิดพลาด และไม่สามารถหาทางแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้
หรือ ข้อผิดพลาดอื่นๆ?
ในความเป็นจริงแล้ว การทำความผิดเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ บริษัทต่างๆ ส่วนใหญ่จะอนุโลมให้ หรือเพียงคิดว่าเป็นเรื่องขำขัน ถ้าหากเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อยในการทำงานที่เกิดขึ้น และสิ่งเหล่านั้นก็จะกลายเป็นบทเรียนให้กับผู้ที่ทำผิด อย่างไรก็ตาม การทำผิด หรือข้อผิดพลาด ก็อาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ก่อให้เกิดความเสียหายได้เช่นกัน อาจทำให้ต้องถูกลดตำแหน่ง หรือชดใช้ค่าเสียหายก็เป็นได้ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ พยายามตั้งสติ ด้วยการหายใจเข้าลึกๆ และพยายามมองหาวิธีแก้ปัญหานั้น แม้จะเป็นปัญหาที่หนักหนาเพียงใดก็ตาม ทุกปัญหาย่อมมีทางออกอยู่เสมอ และไม่จำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปหามัน แต่มันจะเข้ามาหาคุณก่อนเอง
แคร์ลีน ฮินดี้ ผู้ที่ทำงานให้กับสถานีโทรทัศน์ชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เธอได้ทำงานนี้จากการประกาศรับสมัครผู้ช่วยฝ่ายขาย และทำหน้าที่นั้นเป็นเวลาหนึ่งปี จากนั้นจึงได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา จากประสบการณ์ในการเป็นผู้ประกาศข่าวทางโทรทัศน์ เธอจึงต้องรับผิดชอบดูแลโฆษณาในช่วงพัก โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทเบียร์ ซึ่งเธอคิดว่าจะทำให้การโฆษณาประสบความสำเร็จมากขึ้น หากอยู่ในช่วงที่คนให้ความสนใจมาก เช่น ระหว่างการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล หรือกีฬาอื่นๆ ที่ผู้ชายให้ความสนใจ
ทุกเย็นวันอังคารของสถานีแห่งนี้ จะมีเอกสารต่างๆที่มีหัวข้อแตกต่างกันไปส่งเข้ามา วันหนึ่งในขณะที่แคร์ลีนกำลังใจลอย และไม่ได้สนใจเนื้อหาในเอกสารนั้นเท่าที่ควร เธอจัดลงโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งระหว่างการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลประจำสัปดาห์ ในสัปดาห์นั้นปรากฏว่ามีเอกสารที่เน้นการสูญเสียซึ่งเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และขับรถเป็นประเด็นสำคัญ หนึ่งชั่วโมงก่อนที่การถ่ายทอดสดจะแพร่ภาพออกอากาศ จะมีระบบความปลอดภัยเอาไว้ตรวจสอบข้อมูลก่อนแพร่ภาพ ซึ่งถือว่าโชคดีทำให้พบข้อผิดพลาดนี้ได้เสียก่อน ดังนั้นจึงมีการปรับเปลี่ยนรายการอื่นเข้ามาทดแทน เพราะนั่นอาจทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆก็เป็นได้ ถ้าหากว่ามีการนำโฆษณาเบียร์ออกอากาศในช่วงเวลานั้น บริษัทอาจจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเป็นหลายล้านก็เป็นได้ รวมทั้งจะต้องถูกใส่สีตีข่าวในหน้าสื่อต่างๆของชาวอังกฤษอีกด้วย
เช้าวันถัดมา มีจดหมายฉบับหนึ่งถูกส่งตรงมาที่บริษัทเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนก่อนหน้า ก่อนี่จะเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือกัน ในตอนนั้น ไม่มีผู้ใดทราบว่า แคร์ลีนคือผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่เธอทราบดีว่า ถ้าหากไม่สามารถแก้ไขความผิดพลาดนี้ได้ เธออาจจะต้องสูญเสียหน้าที่การงานไป เธอจึงเขียนจดหมายฉบับหนึ่งเพื่ออธิบายความผิดพลาดในสิ่งที่ตนเองได้ทำลงไป และรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าจะไม่มีใครทราบ แต่เธอก็ทราบความผิดของตนเองดี และเธอก็ส่งข้อมูลความผิดพลาดของตนเองในครั้งนี้ให้ทุกคนในหน่วยงานทราบ และส่งข้อความแสดงความเสียใจของตนเองไปให้ฝ่ายบริหารทราบถึงความผิดพลาดของตัวเธอ ตอนแรก เหล่าผู้บริหารรู้สึกไม่พอใจมาก แต่ยังยอมรับในความซื่อสัตย์ของเธอ จึงลดโทษให้เธอเพียงแค่ต้องพิสูจน์ความสามารถใหม่เป็นระยะเวลาหกเดือน ห้าปีต่อมา แคร์ลีนก็กลายเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขายโฆษณา และเรียนรู้ความซื่อสัตย์เป็นตัวเร่งให้เธอสามารถแก้ไขสถานการณ์อันเลวร้ายได้ “ฉันเคยทำความผิด แต่ฉันก็ยอมรับมันพร้อมทั้งลงโทษตัวเองด้วย ทุกคนต่างเห็นเป็นเรื่องตลกในตอนแรก แต่สุดท้ายก็กลับมายอมรับฉันอีกครั้งหนึ่ง”
จอห์น ซี เป็นนักวิเคราะห์ด้านการเงินที่ทำงานให้กับธนาคารแห่งหนึ่งในลอนดอน เขามีความสุขกับการทำงาน และมีอนาคตที่ดีในบริษัทแห่งนี้ เพื่อน (ที่เขาเรียก) สนิทของเขา ทำงานให้กับบริษัทคู่แข่ง และขอร้องให้จอห์นส่งข้อมูลบางอย่างที่เกี่ยวกับรายงานสถิติทางการเงินต่างชาติไปให้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกธนาคารในประเทศจะต้องทำ เขาบอกว่า ทุกอย่างเป็นเรื่องของการให้ความร่วมมือกัน จากการที่รู้จักกับเพื่อนคนนี้มากว่าสิบสองปีและโตมาด้วยกัน จอห์นจึงส่งข้อมูลดังกล่าวไปให้เพื่อนของเขา โดยไม่คิดว่าจะกลายเป็นความผิดพลาดได้ สองชั่วโมงต่อมาหัวหน้าของเขาและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก็เข้ามาพาตัวเขาไปห้องส่วนตัว เพื่อสอบถามว่า เพราะเหตุใด เขาจึงส่งข้อมูลเหล่านั้นไปให้บริษัทคู่แข่ง พร้อมทั้งแสดงหลักฐานการส่งข้อมูลดังกล่าวที่อยู่ในมือด้วย
จอห์นอยากจะอธิบายเรื่องดังกล่าว แต่ก็ไม่ต้องการให้เพื่อนตนเองเดือดร้อน จึงยอมนิ่งเฉย เขาจึงกลายเป็นผู้ต้องสงสัยในทันที หลังจากนั้นจอห์นได้ไปพบเพื่อนของเขาพร้อมกับแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งกลายเป็นเรื่องประหลาดสำหรับจอห์นมาก ที่เพื่อนของเขาปฏิเสธการรับรู้ใดๆในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำเหมือนกับว่าพวกเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกัน เพื่อนของเขาเอาความก้าวหน้าในอาชีพของตนเองแลกกับมิตรภาพตลอดระยะเวลาสิบสองปีที่รู้จักกัน “ผมตกตะลึงในสิ่งที่เกิดขึ้น นี่หรือคือคนที่ผมเห็นเป็นเพื่อนมาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วเขาก็พยายามทำลายผมอย่างโจ่งแจ้งทีเดียว ผมจึงต้องทำอะไรบางอย่างสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”
จอห์นเริ่มทำบางอย่างในขณะที่เขายังเป็นผู้ต้องสงสัยอยู่นั้น เขากลับไปหาคนที่เขาเรียกว่าเพื่อนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขานำเครื่องอัดเสียงที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อไปด้วย ผู้ชายสองคนเริ่มใช้เสียงและอารมณ์ในการโต้แย้งกันหนักขึ้น และเพื่อนของจอห์นก็ตะโกนออกมาสุดเสียงว่า เขาไม่สนใจว่าจอห์นจะรู้สึกผิดหวังมากเพียงใด เพราะมันคุ่มค่ากับสิ่งที่เขาได้รับตอบแทนกลับมา (เสียงเหมือนกับในฉากหนึ่งของภาพยนตร์อเมริกัน)
เมื่อจอห์นได้หลักฐานที่เขาต้องการแล้ว เขาก็ไปพบกับทนายของตนเองทันที แล้วจึงเดินทางไปพบเจ้านายของเขาพร้อมกัน หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ จอห์นก็ได้กลับมาทำงานในตำแหน่งเดิม ในขณะที่เพื่อนของเขาถูกไล่ออก จากบทเรียนที่จอห์นได้รับและสิ่งที่พนักงานทุกคนได้รับทราบทำให้ทุกคนต้องระมัดระวังตัวสำหรับการคุกคามจากเหล่าเหล่ามิจฉาชีพภายนอกมากขึ้น เจ้านายของจอห์นเองก็เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของจอห์น และทราบดีว่าเขาเป็นพนักงานที่ดีและไม่เคยทำผิดซ้ำอีกเลย
ตัวอย่างเหล่านี้อาจจะดูค่อนข้างร้ายแรง แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าการหลอกลวงและความซื่อสัตย์ในการทำงานนั้นมีอยู่จริงในโลกของการทำงาน ถ้าหากมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น จงยอมรับมัน และอย่าปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก ถ้าหากต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด ทั้งที่ตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ จงพยายามปกป้องสิทธิของตนเอง พร้อมทั้งพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณเป็นผู้ที่อยู่ในศีลธรรมและเป็นพนักงานที่ดี ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์เช่นใด ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยเวลาและความบริสุทธิ์นั่นเอง
|