สิ่งที่คุณต้องการที่จะทำให้ดีกว่าปีที่ผ่านมาคืออะไร? คุณไม่สามารถกลับไปแก้ไขอดีตได้ แต่คุณสามารถทำให้ดีขึ้นได้ในอนาคต และนี่คือ 10 เคล็ดลับที่จะเป็นแนวทางสำหรับชีวิตและการทำงานของคุณในปีต่อไป
คุณเคยสงสัยบ้างไหม ว่าคุณจะแก้ปัญหาสำคัญเมื่อเริ่มปีใหม่ได้หรือไม่ๆ? เมื่อคุณต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณ คุณจะเริ่มจากตรงไหน? คนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยหลายคนนั้นต่างยึดมั่นอุดมการณ์ และต้องการเปลี่ยนแปลงโลก แต่ความจริงแล้ว ความหมายที่แท้จริงและการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่เราจะสามารถประสบความสำเร็จได้นั้นควรเริ่มที่ตัวของเราเอง
แต่อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อเราพิจาณาแล้วพบว่าเรามีข้อบกพร่องมากกว่าจุดแข็ง มีหนี้มากกว่าทรัพย์สิน มีด้านลบมากกว่าด้านบวก? นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะว่าการได้รู้ถึงปัญหาด้วยตัวเองทำให้เราสามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเอาชนะมันได้
ผมยังจำโคลงบทที่ 29 ของเช็คสเปียร์ได้ ที่กล่าวว่า :
“When in disgrace with fortune and men’s eyes,
I all alone beweep my outcast state,
And trouble deaf Heaven with my bootless cries,
And look upon myself, and curse my fate,
Wishing me like to one more rich in hope,
Featured like him, like him with friends possess’d
Desiring this man’s art, and that man’s scope
With what I most enjoy contented least.”
เมื่อชีวิตต้องพบกับความอัปยศ
ต้องอยู่อย่างเดียวดายท่ามกลางสังคมที่ไม่ยอมรับ
แม้แต่สวรรค์ก็ยังนิ่งเฉยต่อคำวิงวอน
หันกลับมามองตนเองแล้วได้แต่เฝ้ากล่าวโทษโชคชะตา
ด้วยหวังว่าจะประสบพบสิ่งดี
พรั่งพร้อมทั้งรูปสมบัติและเพื่อนพ้อง
และช่ำชองทั้งทักษะและหน้าที่
ย่อมสำคัญอันดับแรกที่ต้องมีไว้
เลิกดูถูกคุณค่าของตัวเอง และเชื่อในสิ่งที่คุณสามารถทำได้ นี่คือข้อแนะนำเล็กน้อยในการสร้างความเชื่อมั่นในคุณสมบัติของตนเองให้มากที่สุด :
คุณคือคนเดียว ไม่มีใครในโลกที่เหมือนกับคุณ ความเป็นคุณทั้งหมดนั้นก็ไม่เหมือนกับใครคนอื่นๆ (ผมหวังว่านี่ยังคงเป็นความจริง ท่ามกลางการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีการโคลนนิ่ง)
- ความงามนั้นขึ้นอยู่ที่คนมอง - ความคิดของคนเกี่ยวกับความงามนั้นถูกทำให้เปลี่ยนแปลงไปโดยการโฆษณา, สื่อมวลชน, เครื่องสำอาง, และมุมมองที่ผิดๆเกี่ยวกับเรื่องของเงิน ความร่ำรวยและอำนาจ แต่คุณสามารถที่จะงดงามได้อย่างที่คุณเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเชื่อมั่นในตัวคุณเอง และไม่ตกเป็นทาสมาตรฐานของสังคมที่กีดกันคุณออกไปจากการเป็นในสิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถเป็นได้ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการจะบอกว่า ความงามนั้นอยู่เหนือร่างกายภายนอกที่เรามองเห็น
- ลองพิจารณาหาสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข - แน่นอนว่าในช่วงเวลาหนึ่งหรือช่วงเวลาอื่นๆ โดยทั่วไป คุณต้องเคยได้รับบางสิ่งที่เป็นประโยชน์ มีความสำคัญ งดงาม หรืออาจจะน่าประหลาดใจ บางทีความแตกต่างระหว่างความร่ำรวยกับความยากจนอาจเป็นเรื่องของความสามารถในการได้รับ การใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น และการสรรเสริญพระเจ้าอย่างดีที่สุด เมื่อคุณมองหาสิ่งต่างๆในเชิงลบคุณก็จะพบสิ่งเหล่านั้น เมื่อคุณมองหาทรัพย์สมบัติและความร่ำรวยเพียงอย่างเดียว คุณแทบจะไม่พบมันเลย แต่เมื่อคุณรู้จักการให้ผู้อื่นก่อน ทรัพย์สินก็จะตามมา เมื่อคุณสร้างคุณค่าให้กับผู้อื่น คุณก็จะได้รับสิ่งดีๆกลับมาเป็นพันเท่า ดังนั้นคุณจึงไม่ควรเรียกร้องหาความร่ำรวยแต่ควรเรียกร้องหาปัญญา อย่าร้องขอปลาแต่จงขอวิธีจับปลา ทำในสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุข มองสิ่งเหล่านั้นในแง่ดี และพัฒนาสิ่งเหล่านั้นในทางที่จะทำให้คุณมีความสุขยิ่งขึ้น
- อะไรคือสิ่งที่พระเจ้าได้ให้คุณมา แต่อะไรคือสิ่งที่คุณทำด้วยตัวคุณเองให้กับพระเจ้า - เมื่อพระเจ้าได้ให้สิ่งที่พิเศษหรือพรสวรรค์บางอย่างกับเรานั้น พระองค์ต้องการให้เราใช้และพัฒนาสิ่งเหล่านั้น จำสุภาษิตเกี่ยวกับข้ารับใช้ผู้สูญเสีย, เก็บรักษา, และพัฒนาพรสวรรค์ที่เขาได้รับ สิ่งใดที่เป็นความปรารถนาของพระเจ้า? แน่นอน พระเจ้าทรงต้องการผู้ที่รู้ว่าจะพัฒนาพรสวรรค์และมีความสุขกับสิ่งที่เขาได้รับ ถ้าหากคุณมีทักษะ, พรสวรรค์, หรือ ความสามารถ จงอย่านั่งอยู่กับที่ มองหางาน หรือเริ่มต้นธุรกิจที่คุณสามารถใช้พรสวรรค์ของคุณได้ดีที่สุด
- ตั้งเป้าหมายอย่างมีเหตุผล - และฉลองกับความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ ตั้งจุดมุ่งหมายของคุณบนพื้นฐานของสิ่งที่คุณต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิต เป้าหมายเป็นสิ่งที่เราจะเดินตาม ไม่ใช่สิ่งที่เยี่ยมยอดที่คุณเขียนไว้บนกระดานหรือสมุดบันทึก อย่าตั้งเป้าหมายที่ธรรมดาเกินไป หรือ เป็นไปไม่ได้ที่จะประสบความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาให้ดีขึ้นก็คือการเพิ่มความสามารถของตัวคุณเอง เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ก็ไม่มีอะไรยากสำหรับคุณแล้วเรียนรู้ที่จะยกย่องและสร้างแรงจูงใจให้ตัวเอง รสชาติของชัยชนะ
- การมีที่ปรึกษา หรือ แบบอย่างที่ดี - หากคุณสามารถหาได้ ก็จงหาที่ปรึกษาที่ดี แต่ถ้าไม่มีก็ต้องมีแบบอย่างที่ดี และพยายามทำให้ได้ดังเช่นแบบอย่างที่คุณชื่นชมนั้น คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ต่างก็สร้างความสำเร็จนั้นขึ้นมาได้ด้วยการมีที่ปรึกษาที่ดี หรือผู้ฝึกสอนที่ปราศจากอคติในการแสดงให้เห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของพวกเขา ที่สำคัญต้องเลือกผู้ที่เป็นจะเป็นแบบอย่างด้วยความระมัดระวัง เวลาที่เลือกแบบอย่างสำหรับเรื่องของความเป็นผู้นำ คุณจะเลือกใครระหว่าง Gandhi, Kennedy, Churchill หรือ Hitler? คนเหล่านี้มีผลกระทบอย่างมาก, มีผู้สนับสนุนจำนวนมาก, และมีอิทธิพลต่อเหตุการณ์สำคัญของโลก แต่หนึ่งในนั้นไม่ได้มีเครื่องการันตีที่แสดงถึงความเหมาะสม ซึ่งไม่น่านำมาเป็นแบบอย่างที่ดีของคุณอย่างแน่นอน
- การพัฒนา - คนที่ประสบความสำเร็จ, นักบุกเบิก, และคนที่สร้างสิ่งที่สำคัญในโลกใบนี้ คือคนที่เหมือนกับว่าไม่พอใจในวิถีทางที่สิ่งต่างเป็นอยู่ ถ้าคุณบอกผมว่ามีคนที่พอใจในสิ่งต่างๆจริง ผมก็จะแสดงให้คุณเห็นคนที่ธรรมดา ความลับนั้นอยู่อยู่ในการไม่พอใจในสิ่งต่างๆที่เหมาะสม ถ้าเราพยายามที่จะทำให้ดีขึ้น ต้องปล่อยเรื่องของรูปลักษณ์, ความคิด,สังคม, จิตวิญญาณ ออกไป แล้วมาเน้นที่การพัฒนาเพียงอย่างเดียวและไม่ต้องไปสนใจกับสิ่งอื่นที่จะทำให้เราไม่สามารถสร้างความเป็นคนที่สมดุลได้
- ใช้จุดแข็งของคุณให้ดีที่สุด และชดเชยส่วนที่เป็นจุดอ่อน – ในชีวิตและการทำงาน ความสำเร็จจะมาสู่คนที่ดึงจุดแข็งออกมาได้และสามารถซ่อนจุดออ่อนเอาไว้ได้ การรับรู้ว่าไม่มีใครที่จะสมบูรณ์แบบ เราควรที่จะตระหนักว่าเรามีส่วนผสมที่ดีของจุดแข็งและจุดอ่อน พวกเขาต้องใคร่ควรญและขอความความช่วยเหลือจากคนอื่นๆในการที่จะทำให้รู้ถึงทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนนั้น ความรู้ที่เกิดจากการรับรู้จุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ เป็นสิ่งที่ทำให้คุณสามารถพัฒนาจุดแข็งของคุณได้ และแก้ไขจุดอ่อนที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่ให้กีดขวางทางแห่งความสำเร็จของคุณ
- หาช่องทางที่เหมาะสมและใช้มันให้ดีที่สุด – เพราะว่ามันคือสิ่งที่เราเป็นและเรามี เราสามารถทำให้มันดีได้ คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่สามารถที่จะค้นหาสิ่งที่ตนเองต้องการได้ และเติมเต็มสิ่งนั้น ลองค้นหามุมเล็กๆของคุณบนโลกใบนี้ ที่ที่แสงอาทิตย์จะส่องแสงให้กับคุณ และพยายามทำให้ดีที่สุดในมุมนั้น เพราะว่าสิ่งที่ดีสำหรับคนอื่นๆอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับคุณ คุณต้องเริ่มมองมาที่ทัศนคติของคุณ จากนั้นก็ดูที่ความถนัดของคุณ เมื่อคุณรู้จักตัวเองดีขึ้น ก็จงพยายามเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบๆตัวคุณ รวมถึงการต่อสู้กับสิ่งต่างๆของคุณด้วย โปรดจำคำพูดของ Zig Ziglar ที่กล่าวว่า “มันคือทัศนคติของคุณ ไม่ใช่ความถนัด ที่จะตัดสินจุดสูงสุดในชีวิตคุณ”
- จงมีความภูมิใจ แต่ไม่ใช่การทะนงตัว – รู้สึกดีกับตัวเองและโอกาสที่มีแล้วคุณจะประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณทำได้ดีที่สุด เมื่อคุณประสบความสำเร็จ คุณจะประหลาดใจที่ได้เห็นว่าคุณรู้สึกดีกับตัวเองมากเพียงใด สร้างความภูมิใจในสิ่งใดก็ตามที่คุณได้ทำ แล้วเมื่อคุณไม่รับรู้ถึงสิ่งนั้น คุณจะสามารถพัฒนาเอกลักษณ์ของตัวเองได้ คุณต้องทำให้สถานที่ทำงานเป็นเหมือนกับตลาดนัด ที่ทุกวันคุณจะต้องนำเสนอตัวเอง เพราะผู้คนมักต้องการที่จะซื้อหาสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ แต่คุณต้องไม่ทะนงตัวและไม่โอ้อวดทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำ ผู้คนมักจะฟังในสิ่งที่คุณพูดและดูในสิ่งที่คุณทำ ซึ่งก็ไม่เป็นไรถ้าหากว่าคุณจะพูดในสิ่งที่คุณรู้ หรือสิ่งที่คุณได้ทำ มันไม่มีผลอะไรกับคนอื่น เว้นแต่คุณจะใกล้ชิดกับชีวิตของพวกเขา เมื่อคุณเข้าไปใกล้ชิดกับชีวิตของคนอื่น คุณต้องไม่โฆษณาโอ้อวดความสำเร็จตัวเอง เพราะในความรู้สึกของพวกเขา พวกเขาจะรู้ว่าอะไรที่คุณทำ Johm C. Maxwell กล่าวว่า “คนอื่นไม่ใส่ใจในสิ่งที่คุณรู้ กระทั่งพวกเขารู้ว่าคุณใส่ใจ”
ในเรื่อง “The Fiddler on the Roof” Tevye พูดขึ้นว่า: “ท่านลอร์ด ท่านทำให้คนจำนวนมากต้องยากจน ...” อาจจะใช่ หรือ อาจไม่ใช่ แต่ความจริงก็คือ ไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ บางครั้งความไม่สมบูรณ์แบบของเราก็ทำให้เราบรรลุเป้าหมาย – เหล่านั้นเป็นความกังวลในแง่ดี ซึ่งทำให้เราพยายามอย่างหนักเพื่อเอาชนะสิ่งเหล่านั้น หรือความทรงจำที่เลวร้ายต่างๆก็ได้ป้องกันเราไม่ให้เย่อหยิ่งทะนงตัวจนเกินไป
ดังนั้น เมื่อไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ แล้วอะไรคืออุปสรรคในชีวิตของคุณ? แล้วสิ่งนั้นอยู่ในวิถีทางแห่งความสำเร็จของคุณหรือไม่? เมื่อคุณได้วางแผนชีวิตและการทำงานในปี 2003 จงไตร่ตรอง ฝึกฝน และมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าเดิม พระเจ้าได้มอบพรสวรรค์มาให้คุณแล้ว ตอนนี้ถึงคราวของคุณที่จะใช้มันเพื่อความสำเร็จและความ
Abridged from “The PMAP Newsletter,”
the monthly publication of the Personnel
Management Association of the Philippines